วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ผลการเเข่งขันปั่นจักรยานในปัจจุบันเเต่ยังไม่เป็นที่เเน่นอน


คาเดล อีแวนส์ นักปั่นชาวออสเตรเลีย ของทีมบีเอ็มซี เรซซิง คว้าแชมป์สเตจที่ 4 ของศึกตูร์ เดอ ฟรองซ์ พร้อมคว้าเสื้อขาวแดงไปสวมใส่หลังมีคะแนนนำในส่วนของเจ้าภูเขาอยู่ที่ 2 คะแนน

การแข่งขันจักรยานทางไกลที่เก่าแก่ที่สุดรายการ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ประจำปี 2011 ที่ฝรั่งเศส เป็นการชิงชัยสเตจที่ 4 เส้นทางจาก ลอริยงต์ ถึง มูร์-เดอ-เบรตาเญ ระยะทาง 172.5 กิโลเมตร

ปรากฏว่า คาเดล อีแวนส์ นักปั่นชาวออสเตรเลีย ของทีมบีเอ็มซี เรซซิง เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 11 นาที 39 วินาที ชนะ "แชมป์เก่า" อัลเบอร์โต คอนทาดอร์ จากสเปน ไปเพียงเฉียดฉิว นอกจากนั้นในสเตจนี้ อีแวนส์ ยังทำคะแนนนำในส่วนของเจ้าภูเขาได้สำเร็จและคว้าเสื้อลายขาวแดงไปสวมใส่ มีอยู่ 2 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ธอร์ ฮูชอฟด์ แชมป์โลกชาวนอร์เวย์ ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนที่ 6 ของสเตจที่ 4 ยังคงครองตำแหน่งผู้นำเวลารวมอยู่เช่นเดิม โดยทำเวลารวมเพิ่มเป็น 13 ชั่วโมง 58 นาที 25 วินาที โดยมี คาเดล อีแวนส์ แชมป์สเตจนี้ ตามหลังอยู่แค่ 1 วินาที
สำหรับสเตจที่ 5 จะแข่งขันในวันนี้ เส้นทางจากกาอิกซ์ ถึง กาป เฟรเอล ระยะทาง 164.5 กิโลเมตร


มาร์ค คาเวนดิช น่องเหล็กจากสหราชอาณาจักร สังกัดทีมเอชทีซี-ไฮโรด คว้าชัยสเตจที่ 5 ของศึกตูร์ เดอ ฟรองซ์ คืนวันที่ 6 กรกฏาคมที่ผ่านมา ด้านผู้นำเวลารวมยังคงเป็นของธอร์ ฮูชอฟด์ นักปั่นชาวนอร์เวย์ ของทีมการ์มิน-เซอร์เวโล เช่นเดิม
    การแข่งขันจักรยานทางไกลที่เก่าแก่ที่สุดรายการ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ประจำปี 2011 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยสเตจที่ 5 เส้นทางจาก กาอิกซ์ ถึง กาป เฟรเอล ระยะทาง 164.5 กิโลเมตร
     
       โดยการแข่งขันวันนี้ มีอุบัติเหตุจักรยานชนกัน ณ บริเวณถนนบริททานี ส่งผลให้นักปั่นบางคนได้รับบาดเจ็บต้องหามส่งโรงพยาบาล โดยเฉพาะในรายของยาเนซ บราจโควิช นักปั่นชาวสโลวีเนีย ผู้นำทีมเรดิโอแช็ก ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศรีษะ จนต้องขึ้นรถพยาบาลเป็นการด่วน ส่วนอัลเบอร์โต คอนทาดอร์ แชมป์เก่าชาวสเปน มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็กลับมาแข่งขันต่อได้
     
       อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งปรากฏว่า มาร์ค คาเวนดิช นักปั่นจากสหราชอาณาจักร ของทีมเอชทีซี-ไฮโรด เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 38 นาที 32 วินาที เบียดเอาชนะที่ 2 อย่างฟิลลิปเป กิลเบิร์ต นักปั่นชาวเบลเยียมของทีมโอเมกา ฟาร์มา-ล็อตโต ไปแบบเฉียดฉิว ขณะที่ผู้นำเวลารวมยังตกเป็นของ ธอร์ ฮูชอฟด์ นักปั่นชาวนอร์เวย์ ของทีมการ์มิน-เซอร์เวโล เช่นเดิม โดยวันนี้ทำเวลารวมเพิ่มเป็น 17 ชั่วโมง 36 นาที 57 วินาที นำหน้าคาเดล อีแวนส์ แชมป์สเตจที่แล้ว 1 วินาที
     
       สำหรับสเตจที่ 6 จะแข่งขันในวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฏาคมนี้ เส้นทางจากดินอง ถึง ลิซิเออ ระยะทาง 226.5 กิโลเมตร


    เอ็ดวาลด์ โบอัสสัน ฮาเกน นักปั่นชาวนอร์เวย์ ของทีมสกาย โปรไซคลิง ผงาดซิวแชมป์สเตจในตูร์ เดอ ฟรองซ์ เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังเข้าเส้นชัยพร้อมเป็นแชมป์สเตจที่ 6 เมื่อคืนวันที่ 7 กรกฏาคมที่ผ่านมา ด้าน ธอร์ ฮูชอฟต์ น่องเหล็กของทีมการ์มิน-เซอร์เวโล รั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวมเช่นเดิม
ฮาเกน (เสื้อดำ) เจ้าของแชมป์ในสเตจนี้
      การแข่งขันจักรยานทางไกลที่เก่าแก่ที่สุดรายการ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ประจำปี 2011 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยสเตจที่ 6 เส้นทางจากดินอง ถึง ลิซิเออ ระยะทาง 226.5 กิโลเมตร
     
       ผลปรากฏว่า เอ็ดวาลด์ โบอัสสัน ฮาเกน น่องเหล็กชาวนอร์เวย์ สังกัดทีมสกาย โปรไซคลิง เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 13 นาที 37 วินาที ซึ่งผลดังกล่าวทำให้เจ้าตัวกลายเป็นแชมป์สเตจในตูร์ เดอ ฟรองซ์ เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย โดยเบียดในรายของแม็ทธิว ฮาร์ลีย์ กอสส์ นักปั่นของทีมเอชทีซี-ไฮโรด ไปอย่างเฉียดฉิว
     
       ขณะที่ผู้นำในเวลารวมยังตกเป็นของ ธอร์ ฮูชอฟต์ นักปั่นชาวนอร์เวย์ ของทีมการ์มิน-เซอร์เวโล เหมือนเดิม โดยสเตจนี้ทำเวลาเพิ่มเป็น 22 ชั่วโมง 50 นาที 34 วินาที นำหน้าคาเดล อีแวนส์ นักปั่นของทีมบีเอ็มซี เรซซิง ทีม ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 อยู่ 1 วินาที
     
       สำหรับสเตจที่ 7 จะแข่งขันในวันศุกร์ที่ 8 กรกฏาคมนี้ เส้นทางจากเลอ ม็องส์ ถึง ชาโตรูซ์ ระยะทาง 218 กิโลเมตร




วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ผลการเเข่งขันปั่นจักรยานในปัจจุบันเเต่ยังไม่เป็นที่เเน่นอน

ฝรั่งเศส 5 ก.ค. - นักขี่ 2 ล้อ ชาวอเมริกัน ฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกา ด้วยการคว้าแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ซึ่งถือเป็นคนแรกที่ทำได้ในประวัติศาสตร์ชาติ

ตูร์ เดอ ฟรองซ์ จักรยานทางไกลรายการเก่าแก่ที่สุดของโลก มีระยะเวลาจัดการแข่งขันจนถึงปีนี้ร่วม 100 ปีแล้ว โดยเมื่อวานนี้แข่งขันเป็นช่วงที่ 3 ระยะทาง 198 กิโลเมตร จากเมืองออลอง ซูร์แมร์ ถึงเมืองเลอดอง และตรงกับวันชาติของสหรัฐอเมริกา 4 กรกฎาคม ซึ่ง ไทเลอร์ ฟาร์ราร์ นักปั่นชาวอเมริกัน จากทีมการ์มิน เซเวโล เร่งสปีดในช่วง 150 เมตรสุดท้าย เฉือนเอาชนะ โรแมง เฟอิลลู นักปั่นชาวฝรั่งเศส เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 40 นาที 21 วินาที นับเป็นการฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกาให้กับตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ และถือเป็นนักขี่ 2 ล้อ ชาวอเมริกันคนแรกที่ทำได้ในรายการนี้

อย่างไรก็ดี เมื่อรวมคะแนนทั้ง 3 ช่วงแล้ว ธอร์ ฮูชอฟด์ แชมป์โลกชาวนอร์เวย์ ซึ่งเข้ามาเป็นอันดับที่ 6 ยังคงเป็นผู้นำได้สวมเสื้อสีเหลือง เวลารวม 9 ชั่วโมง 46 นาที 46 วินาที โดยมี เดวิด มิลเลอร์ จากอังกฤษ ตามมาเป็นอันดับ 2 

ตูร์เดอฟรองซ์


ตูร์เดอฟรองซ์ (ฝรั่งเศสTour de France หมายถึง การท่องฝรั่งเศส) หรือบางครั้งเรียกว่า ลากรองด์บูกล์ (La Grande Boucle) และ เลอตูร์ (Le Tour) เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลรอบประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1903 จนถึงปัจจุบัน (เว้นการจัดแข่งขันในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง)
ตูร์เดอฟรองซ์ เป็นการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลหนึ่งในสามรายการใหญ่ ที่จัดการแข่งขันในยุโรป รวมเรียกว่า แกรนด์ทัวร์ โดยอีกสองรายการคือ
การแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1903 เกิดขึ้นเนื่องจากการท้าทายกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสชื่อ โลโต้ (L'Auto) มีนักแข่งเข้าร่วมจำนวนถึง 60 คน แต่สามารถเข้าเส้นชัยได้เพียง 21 คน ซึ่งกิตติศัพท์ของความยากลำบากในการแข่งขัน ทำให้การแข่งขันนี้เป็นที่สนใจ และมีผู้ชมการแข่งขันช่วงสุดท้ายในกรุงปารีส ตามสองฟากถนนระหว่างทางราว 100,000 คน และกลายเป็นประเพณี ที่การแข่งขันทุกครั้งจะไปสิ้นสุดที่ประตูชัย จตุรัสเดอเลตวล ปารีส
ในปี ค.ศ. 1910 เริ่มมีการจัดเส้นทางแข่งขันเข้าไปในเขตเทือกเขาแอลป์ ปัจจุบันเส้นทางการแข่งขันจะผ่านทั้งเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออก และเทือกเขาพีเรนีสทางใต้ของฝรั่งเศส
การแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์จะแบ่งเป็นช่วง (stage) เพื่อเก็บคะแนนสะสม ผู้ชนะในแต่ละช่วงจะได้รับเสื้อ (jersey) เพื่อสวมใส่ในวันต่อไป โดยมีสีเฉพาะสำหรับผู้ชนะในแต่ละประเภท คือ
Jersey yellow.svg
สีเหลือง (maillot jaune - yellow jersey) สำหรับผู้มีคะแนนรวมสูงสุด
Jersey green.svg
สีเขียว (maillot vert - green jersey) สำหรับผู้ชนะในแต่ละสเตจ
Jersey polkadot.svg
สีขาวลายจุดสีแดง (maillot à pois rouges - polka dot jersey) สำหรับผู้ชนะในเขตภูเขา ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า จ้าวภูเขา King of the Mountains
Jersey white.svg
สีขาว (maillot blanc - white jersey) สำหรับผู้มีคะแนนรวมสูงสุด ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี
Jersey worldtour.svg
สีรุ้ง (maillot arc-en-ciel - rainbow jersey) สำหรับผู้ชนะการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์โลก (World Cycling Championship) ซึ่งมีกฏว่าจะต้องใส่เสื้อนี้เมื่อแข่งขันในประเภทเดียวกับที่ผู้แข่งนั้นเป็นแชมป์โลกอยู่
Jersey combined.svg
เสื้อแบบพิเศษ สำหรับผู้มีคะแนนรวมสูงสุด และชนะการแข่งขันช่วงย่อย และจ้าวภูเขา

ผู้ชนะเลิศ

รายชื่อผู้ชนะเลิศตั้งแต่ครั้งแรกในภาษาอังกฤษอยู่ทางด้านขวา
แลนซ์ อาร์มสตรอง นักแข่งจักรยานชาวอเมริกัน เป็นผู้ที่ชนะการแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์มากที่สุด คือ 7 สมัยติดต่อกัน รองมาคือ มีเกล อินดูเรน (สเปน) ชนะ 5 สมัยติดต่อกัน แบร์นาร์ อีโนล (ฝรั่งเศส) ชาก อองเกอตีล (ฝรั่งเศส) และเอดดี เมิกซ์ (เบลเยียม) ชนะคนละ 5 สมัย
ในปี 2007 บียานร์น รีส์ ยอมรับว่าได้ใช้สารกระตุ้นระหว่างการแข่งขันทำให้ผู้จัดการแข่งขันปฏิเสธที่จะยอมรับสถานะผู้ชนะเลิศของเขา ทว่าสหพันธ์จักรยานสากล (Union Cycliste Internatinale - UCI) แถลงว่าหมดเวลาที่จะตัดสิทธิ์เขาจากการเป็นผู้ชนะเลิศ จึงเพียงแต่ขอร้องให้เขาคืนเสื้อสีเหลืองที่แสดงสถานะของการเป็นผู้ชนะเลิศ
ตูร์เดอฟรองซ์ (Tour de France)
ชื่อท้องถิ่นเลอตูร์เดอฟรองซ์
(Le Tour de France)
ภูมิภาคฝรั่งเศสและประเทศใกล้เคียง
วันที่7 ถึง 26 กรกฎาคม (ค.ศ. 2009)
ประเภทStage Race (Grand Tour)
General DirectorChristian Prudhomme
ประวัติ
แข่งขันครั้งแรกค.ศ. 1903 (พ.ศ. 2446)
จำนวนการแข่งขัน96 (ค.ศ. 2009)
ผู้ชนะคนแรกธงชาติของฝรั่งเศส โมรีซ กาแรง
ชนะมากที่สุดFlag of the United States แลนซ์ อาร์มสตรอง (7) ค.ศ. 1999-2005
ผู้ชนะล่าสุดธงชาติของสเปน อัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์(2009)
Most career Yellow Jerseysธงชาติของเบลเยียม เอดดี เมิกซ์ (96) (111 overall incl. half stages)
ชนะแต่ละช่วงมากที่สุดธงชาติของเบลเยียม เอดดี เมิกซ์ (34)

ผู้ชนะเลิศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991

การแข่งขันครั้งที่ปี ค.ศ.ผู้ชนะเลิศ
78-821991-1995ธงชาติของสเปน มีเกล อินดูเรน (5 ปีติดต่อกัน)
831996ธงชาติของเดนมาร์ก บียานร์น รีส์*
841997ธงชาติของเยอรมนี แยน อุลริช
851998ธงชาติของอิตาลี มาร์โก แพนตานี
86-921999-2005Flag of the United States แลนซ์ อาร์มสตรอง (7 ปีติดต่อกัน)
932006ธงชาติของสเปน โอสการ์ เปเรย์โร (Flag of the United States ฟลอยด์ แลนดิส ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากใช้สารกระตุ้น[1])
942007ธงชาติของสเปน อัลเบอร์โต คอนทาดอร์
952008ธงชาติของสเปน คาร์ลอส ซาสเตร

ประโยชน์วิตามินอี

* เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ คือทำให้เกิดการเผาผลาญโดยมีออกซิเจนเป็นตัวการสำคัญทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี
   * เป็นตัวช่วยไขกระดูกใน การสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด และลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ
   * บำรุงตับซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับเลือดมาก
   * ช่วยในระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ตามปกติ
   * ช่วยให้ผิวพรรณสดใส และช่วยสมานแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกให้หายเร็วขึ้น
   * ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้นและไม่อ่อนเพลียง่าย

วันชาติฝรั่งเศส

  วันชาติฝรั่งเศสตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันแห่งการปฎิวัติการปกครองจากระบบเจ้าขุนมูลนายไปสู่การปกครองในระบอบสาธารณรัฐ โดยประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ลุกฮือขึ้นต่อต้านการปกครองแบบยุกโบราณจนกระทั้งได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรกจากบุกเข้าทลายคุกบาสติลที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ประชาชน เมื่อ 209 ปีก่อนและนำไปสู่การล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้สำเร็จ โดยสมัชชาแห่งชาติได้กำหนดโครงสร้างกฏหมายฉบับใหม่ที่ยกเลิกการให้ความมีเอกสิทธิ์ ขจัดเรื่องสินบนและล้มเลิกระบบฟิวดัล(ระบบศักดินา) จากนั้นต่อมาจึงมีการจัดงานฉลองแห่งชาติขึ้นเรียกว่า "The Feast of the Federation" เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์จลาจลที่กองกำลังแห่งชาติจากทั่วประเทศได้เดินทางรวมพลกันที่ "Champs-de-Mars" ในกรุงปารีส

       แต่พอหลังจากนั้นการจัดงานฉลองเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ของวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2332 ก็ต้องหยุดไปเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศยังคงไม่สงบเกิดสงครามปฏิวัติขึ้นหลายครั้งในช่วงระยะเวลาปี พ.ศ.2335-2345 และมาในสมัย "the Third Republic*"นี้เอง รัฐบาลจึงได้มีความคิดที่จะรื้อฟื้นการจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศสขึ้นมาใหม่ โดยมีการผ่านร่างกฎหมายฉบับเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2423 ขึ้นมา ซึ่งกำหนดให้วันที่ 14 กรกฎาคม ของทุกปีเป็น "วันชาติฝรั่งเศส"และได้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งแรกขึ้นในปีเดียวกันนั้น
 ทั้งนี้งานจะเริ่มตั้งแต่ค่ำของวันที่ 13 โดยจะมีการแห่คบเพลิงและล่วงเข้าวันรุ่งขึ้นเมื่อระฆังตามโบสถ์วิหารต่าง ๆ หรือเสียงปืนดังขึ้นนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่างานฉลองได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ เริ่มจากริ้วขบวนการสวนสนามของเหล่าทัพ จากนั้นเมื่อถึงช่วงเวลากลางวันประชาชนจะร่วมฉลองด้วยการเต้นรำอย่างรื่นเริงสนุกสนานไปตามท้องถนนและมีการจัดเลี้ยงกันอย่างเอิกเกริกจนถึงเวลาค่ำ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการจุดพลและการละเล่นดอกไม้ไฟที่ถือประเพณีปฏิบัติจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีสิ่งสร้างความบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมายที่จัดขึ้นทั่วประเทศทั้งการจัดการแข่งขันกีฬา การจัดนิทรรศการ งานแสดงสินค้า โดยไม่มีชาวฝรั่งเศสคนใดจะละเลยไม่นึกถึงและร่วมฉลองในวันสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศครั้งนี้






วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สินค้าชื่อดังของฝรั่งเศส

สินค้าชื่อดังของฝรั่งเศส

ฝรั่งเศส หรือชื่อทางการ คือ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ซี่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรป ตะวันตก

มีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก

เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดาร์รา

และสเปนนอกจากั้นประเทศฝรั่งเศสยังเชื่อมกับสหราช

อาณาจักรทางด้านทะเลด้วย ฝรั่งเศสนั้นเป็นหนึ่ง

ในประเทศผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรป นอกจากนั้นปัจจุบัน

ประเทศฝรั่งเศสยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยว

ประมาณ75 ล้านคนซึ่งมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมี

อีกสิ่งหนึ่งที่ประเทศนี้ถือได้ว่าเป็นผู้นำเลยทีเดียว

นั่นก็คือเรื่องของแฟชั่นนั่นเอง


ช้อปปิ้งฝรั่งเศส

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประเทศฝรั่งเศสและคิดว่่าในชีวิต

นี้ต้องไปเยือนฝรั่งเศสให้ได้นั่น คุณได้เข้ามาถูกทางแล้ว

เนื่องจากเรากำลังจะพาคุณไปรู้จักข้าวเครื่องใช้ที่เลื่องชื่อ

ในประเทศฝรั่งเศสกันนั่นคือ.....น้ำหอม นี่คือสิ่งแรกที่คุณ

คิดจะซื้อจากฝรั่งเศสอย่างแน่นอน เพราะประเทศนี้นั้นมีชื่อ

เสียงในการทำน้ำหอมอย่างมาก ฝรั่งเศสนั้นมีชื่อเสียงในด้าน

การผลิตน้ำหอมที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโลกเลยทีเดียวใครไป

เที่ยวฝรั่งเศสก็มักจะซื้อยี่ห้อที่ฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับแล้วราคา

จะถูกกว่าที่นำมาขายในต่างประเทศมาก เมืองที่มีชื่อเสียงและ

มีโรงงานผลิตหัวน้ำหอมกลิ่นต่าง ๆได้แก่ เมืองกราส ทางตอน

ใต้ของประเทศ ยี่ห้อน้ำหอมที่ขึ้นชื่องที่ฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับ

ได้แก่ Christian Dior , Civenchy, Rochas,

Guerlain, Paco Rabanne



เครืื่่่องสำอาง

เครื่องสำอางนานาชนิด นับตั้งแต่ครีมบำรุงผิว แป้งฝุ่น ลิปสติก

อายแชโดว์ มาสคาร่า อายไลเนอร์ ฯลฯ ที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย

ล้วนผลิตในฝรั่งเศสกันทั้งน้น เช่น Lancome, Orlane,

Yves Saint Laurent ฯลฯ





เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น

ทุกคนรู้จักฝรั่งเศสดีในนามของดินแดนแห่งแฟชั่นชั้นนำ เพราะ

ที่นี่เป็นศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่น

ทั่้วโลกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าของ Channel, Yves

Saint Laurent, Nina Ricci, Guy Laroche, Pierre

Cardin ฯลฯ



กระเป๋าและเครื่องหนัง

ที่มีชื่อเสียงสุดๆ และเป็นที่นิยมสำหรับคนไทยก็คือ Channel

และ Louis Vuittonเรียกได้ว่าถึงขนาดเข้าคิวกันซื้อเลยทีเดียว




ของที่ระลึก

ร้านขายของที่ระลึกในฝรั่งเศสมีอยู่ทั่วไปตามสถานที่ท่อง

เที่ยวต่างๆและมักมีราคาแพงพอสมควร คือประมาณ 100 บาทขึ้น

ไปแต่ด้วยควารมสวยงามและยั่วยวนใจของนานาสินค้าหลากหลาย

อาจทำให้้นักท่องเที่ยวหลงลืมคิดเทียบเงินฟรังค์กับเงินบาทเลยที

เดียว

เครื่องประดับ

 
 
 
 
แหวนคริสตัลคุณภาพดี ราคา 3,500 บาท
เลือกเครื่องประดับที่สามารถทำให้คุณดูดีเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เมื่อผู้สนทนามองมาที่นิ้วสวยของคุณ แหวนของคุณต้องเป็แหวนที่ดูดี ผลิตอย่างประณีต
เพื่อเสริมบุคลิคให้คุณดูดียิ่งขึ้น