วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

10 อันดับมหาวิทยาลัยของโลก V.1
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า QS World University หรือ แควกเควเรลลี ไซมอนด์ส บริษัทที่ให้บริการข้อมูลด้านการศึกษาในประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2011-2012 จะมีมหาลัยอะไรบ้างเชิญชมได้ใน "10 อันดับมหาวิทยาลัยของโลก V.1"
1มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์
อันดับที่ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ได้ 100.00 คะแนน
 
 
 
2มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
อันดับที่ 2 ได้แก่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 99.3 คะแนน
 
 
 
3มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแมซซาชูเสทส์ หรือ เอ็มไอที
อันดับที่ 3 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแมซซาชูเสทส์ หรือ เอ็มไอที ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 99.2 คะแนน
 
 
 
4มหาวิทยาลัยเยล
อันดับที่ 4 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 98.8 คะแนน
 
 
 
5มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
อันดับที่ 5 ได้แก่ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ได้ 98.0 คะแนน
 
 
 
6มหาวิทยาลัยอิมพิเรียลคอลเลจ
อันดับที่ 6 ได้แก่ มหาวิทยาลัยอิมพิเรียลคอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ 97.6 คะแนน
 
 
 
7มหาวิทยาลัยคอลเลจ
อันดับที่ 7 ได้แก่ มหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน (ยูซีแอล) ประเทศอังกฤษ ได้ 97.3 คะแนน
 
 
 
8มหาวิทยาลัยชิคาโก
อันดับที่ 8 ได้แก่ มหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 96.1 คะแนน
 
 
 
9มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
อันดับที่ 9 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 95.7 คะแนน
 
 
 
10มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 95.3 คะแนน
อันดับที่ 10 ได้แก่ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ 95.3 คะแนน
 
 
10 เรื่องลับบันลือโลก
 
ทีมงาน Toptenthailand.com รวมหลายๆเรื่องที่ยังหาคำตอบไมได้ อาจจะมีบางเรื่องที่หลายๆท่ารู้แล้วและอีกหลายๆเรื่องที่ยังไม่รู้ลองไปชมกันครับว่ามีอะไรกันบ้างใน "10 เรื่องลับบันลือโลก "
10ใครฆ่าเจมส์บอนด์ ตัวจริง
ลิโอเนลบัสเตอร์ แครบ ถูกรับเข้าเป็นสายลับเอ็มไอ 15 ช่วงเกิดข้อพิพาทคลองสุเอซ เขาได้รับมอบหมายภารกิจให้ค้นหาอุปกรณ์หลบเลี่ยงคลื่นโซนาร์บนเรือรัสเซีย แต่ไม่มีใครพบแครบอีกเลย เชื่อกันว่าเขาอาจถูกสายลับเอ็มไอ 15 ของอังกฤษด้วยกันฆ่าทิ้ง บ้างเชื่อว่าเขาทรยศ ไม่ก็ถูกรัสเซียลักพาตัว และทรมาน ต่อมามีคนพบร่างไร้ศีรษะในชุดมนุษย์กบ ซึ่งเอ็มไอ 15 ยืนยันว่าคือศพของแครบ ทั้งที่ไม่มีทางแน่ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าคือเขา บางทีเขาอาจโดนใบสั่งฆ่าเสียเอง
 
 
 
9คาสเปอร์ เฮาเซอร์ เป็นใคร
ปี2471 ชายหนุ่มท่าทางโง่ๆ คาสเปอร์เฮาสเซอร์ เดินท่อมๆอยู่บนถนนในเมืองเนิร์นแบร์ก เยอรมนี พูดอยู่ประโยคเดียวว่า "ฉันอยากเป็นทหารเหมือนพ่อ" ในกระเป๋าของเขามีจดหมายอยู่สองฉบับ ฉบับหนึ่งเขียนชื่อเขาเอง ส่วนอีกฉบับเป็นจดหมายบอกให้เขามอบให้กับกองทัพ ซึ่งมีข้อความระบุว่าถ้าเขาไม่ได้รับเลือกให้เป็นทหาร ก็เอาเขาไปแขวนคอซะ หลังจากตรวจสอบข้อมูลพบว่า ชายผู้นี้มีอายุเพียง 16 ปี แต่มีสมองและความสามารถสื่อสารได้เท่ากับเด็กหกขวบ แถมยังมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับแกรนด์ ดุ๊ก แห่งบาเดนด้วย แต่ไม่ทันได้ไข เย็นวันที่ 14 ธันวาคม 1833 คาสเปอร์วิ่งพรวดพราดกลับบ้านโดยมีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกด้านซ้าย เขาบอกว่าถูกชายคนหนึ่งแทงขณะที่เขากำลังเดินผ่านสวนสาธารณะ แต่ไม่มีใครเชื่อเขา และจะเรียกหมอก็สายเกินไปแล้ว เพราะ อีกสามวันต่อมาคาสเปอร์ก็ได้เสียชีวิตลง จนปริศนาก็กลายเป็นปริศนาต่อไป ว่าใครฆ่าเขาและฆ่าเพื่ออะไร
 
 
 
8ความตายของกวี
ความตายของเอ็ดการ์อัลเลน โพ กวีชาวอเมริกัน( Edgar Allan Poe) เจ้าพ่อแห่งเรื่องสยองขวัญ มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่สิบเก้า มีชื่อเสียงเรื่องความดาร์คสุดกู่ ช่างดูมืดมนและลึกลับ เช่นเดียวกับเรื่องราวของตัวเขาหลังจากเขาบอกว่าจะไปเยี่ยมอดีตแม่ภรรยา โพได้ถามถึงจดหมายที่ลงชื่อ อี.เอส.ที. เกรย ส่งหาเขาจากสำนักงานไปรษณีย์ฟิลาเดลเฟีย อีกห้าวันต่อมามีคนพบเห็นเขาที่บัลติมอร์ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนคนไร้สติ สวมเสื้อผ้าของคนอื่น และเสียชีวิตอีกหนึ่งวันให้หลัง มีคนเห็นว่าเขาถูกสะกดรอยตามตั้งแต่ขึ้นรถไฟ หรืออาจจะมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
 
 
7ใครฆ่ามาริลีน มอนโร (มาริลีน มอนโร ชู้รักประธานาธิบดี)
มักพูดกันว่าผู้ชาย(อเมริกัน) ชอบผู้หญิงผมบลอนด์ แต่สำหรับ มาริลีนมอนโร ดาราสาวเลอโฉมที่ตกเป็นข่าว "กิ๊ก" กับประธานาธิบดี คู่ควงเจ้าพ่อ นักเขียนบทละคร และนักเบสบอล กลับตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมสยองที่สุดคดีหนึ่งเท่าที่เคยเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ปี ค.ศ.1962 วันที่ 4 สิงหาคม ตำรวจได้รับแจ้งว่าดาราสาวรวยเสน่ห์สัญลักษณ์ของฮอลลีวู้ด "ฆ่าตัวตาย" ตอน 04.25 น. ทั้งที่สตูดิโอภาพยนตร์ทเวนตี้ เซนจูรี ฟ็อกซ์ โทรไปแจ้งตั้งแต่สี่ชั่วโมงก่อน ทำไมศพของมาริลีนถึงดูไม่เหมือนคนฆ่าตัวตายเลย ทำไมถึงพบยาอยู่ในเลือด แต่ไม่มีในกระเพาะอาหาร ทำไมไม่มีรอยเข็มฉีดยา หรือว่า มาริลีนถูกหมอ เคนเนดี หรืออาจะเป็นซีไอเอฆ่าโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจเป็นฝีมือมาเฟีย
 
 
 
6หายไปกับเสียงเพลง (เกลน มิลเลอร์ )
หัวหน้าวงดนตรีแจสเกลนมิลเลอร์ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างเดินทางไปแสดงดนตรีขับกล่อมทหารพันธมิตรในกรุงปารีสปี2487 ตำรวจแถลงว่า มิลเลอร์ร้องเพลงครั้งสุดท้ายที่ซัน วัลเลย์ แต่ไม่มีใครพบเขาอีกเลย บ้างพูดว่าเขาถูกทหารอเมริกันยิงโดยไม่ตั้งใจ บางคนบอกว่าเขาช่วยเดวิด นีเวน ช่วยมาร์ลีน เดียทริชจากพวกนาซี และเสียชีวิตหลังมีเรื่องทะเลาะวิวาทในบาร์ บางคนเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่
 
 
 
5พิศวงกลางทะเล (ลูกเรือแมรี่เซเลสเต้หายสาบสูญอย่างพิศวง)
เรือแมรี่เซเลสเต้(The Mary Celeste) เป็นเรือสัญชาติอเมริกาขนาด 103 ฟุต 282 ตัน เดิมเป็นเรืออเมซอนซึ่งถูกสร้างในปี 1861 และในปี 1869 ก็ถูกปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อเป็นแมรี่เซเลสเต้ วันที่ 7 พฤศจิกายน 1872 เรือแมรี่เซเลสเต้ออกเดินทางจากนิวยอร์คมุ่งไปยังเจนัว ประเทศอิตาลี ภายในเรือบรรทุกเอทิลแอลกอฮอล 1,701 บาร์เรล บังคับการเดินเรือโดยกัปตันเบนจามิน บริกก์ส และลูกเรือ 7 คน มีผู้โดยสาร 2 คนคือภรรยาและบุตรสาววัย 2 ปีของกัปตันบริกก์ส วันที่ 4 ธันวาคม ปีเดียวกัน เรือ Dei Gratia พบแมรี่เซเลสเต้ลอยลำอยู่ในอ่าวโปรตุเกส หลังจากทำการสังเกตุการณ์เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้วก็ลงความเห็นว่าอาจจมีเหตุฉุกเฉินบนเรือแมรี่เซเลสเต้ แม้ว่าจะไม่ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ กัปตันเรือ Dei Gratia ได้ส่งเรือเล็กพร้อมลูกเรือจำนวนหนึ่งไปยังแมรี่เซเลสเต้ แต่เมื่อไปถึง กลับไม่มีใครอยู่บนเรือเลย คนทั้ง 10 คนหายสาบสูญไปราวกับละลายไปในอากาศ ตามรายงานกล่าวว่า เรือเปียกทั้งลำ แต่ยังอยู่ในสภาพที่เดินเรือได้ นาฬิกาไม่ทำงานและเข็มทิศถูกทำลาย หากสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือ ทุกอย่างบนเรืออยู่ในสภาพที่ราวกับว่าเพิ่งมีคนอยู่ที่นั่นจนเมื่อครู่ และพวกเขาพากันจากไปอย่างเร่งร้อน ขนมปังและจานซุปยังวางอยู่บนโต๊ะ (บางข่าวบอกว่าซุปยังร้อนอยู่ด้วยซ้ำ) ไปป์ถูกวางไว้รอจุดไฟ รองเท้าบู้ธถูกวางทิ้งทั้งๆที่ยังขัดค้างไว้อยู่ มีรอยเลือดเหลืออยู่บนราวรั้วของเรือ และมีการพบดาบเปื้อนเลือดใต้เตียงนอนของกัปตัน บันทึกเดินเรือถูกฉีกขาดไปหลายหน้า แต่ก็ไม่มีร่องรอยอย่างอื่นว่าคนทั้ง 10 หายไปไหนและก็ไม่มีใครได้เห็นพวกเขาอีกเลยจริงๆ มีการสันนิษฐานไปต่างๆนานาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นบนแมรี่เซเลสเต้ บ้างก็ว่าเพราะเจอสัตว์ประหลาดปลาหมึกยักษ์ บ้างก็ว่าเพราะไอระเหยของเอธิลแอลกอฮอลทำให้พวกเขาเห็นภาพลวงตา บ้างก็ว่าเพราะอาหารที่เก็บไว้นานจนเกิดสารพิษ
 
 
 
4ปีศาจลอคเนส (เนสสี ไดโนเสาร์หรืองวงช้าง)
ทุกวันนี้"เนสสี" กลายเป็นสถาบันระดับชาติของสกอตแลนด์ไปเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่ "ภาพปริศนา" ปรากฏให้ฉงนว่ามันเป็นสัตว์โลกดึกดำบรรพ์หลงยุคที่ยังมีลมหายใจอยู่ในโลกปัจจุบัน ช่วงปีที่บันทึกภาพสัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาบเนสสีบังเอิญเป็นปีเดียวกับคณะละครสัตว์ของเบอร์ทรัม มิลล์ ยกขบวนมาแสดงที่เมืองแห่งนี้ อาจเป็นไปได้ว่า แท้จริงแล้วภาพที่ดูเหมือนลำคอยาวของไดโนเสาร์ที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำเป็นแค่งวงช้างละครสัตว์ช่วงที่มันดำน้ำเล่นพักร้อนระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะอย่างไร ลอคเนสทำรายได้ท่องเที่ยวให้กับแดนปี่สกอตปีละ 50 ล้านปอนด์
 
 
 
3ปล้นกลางเวหาสะท้านโลกันตร์
ปีพ.ศ.2514 ชายที่ใช้ชื่อว่า ดี.บี.คูเปอร์ จี้เครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่งของสหรัฐ เรียกเงิน 2 แสนดอลลาร์เป็นใบละ 20 ดอลลาร์ล้วน พร้อมร่มชูชีพสี่ชุด ผู้โดยสารลึกลับรายนี้กระโดดออกจากเครื่องบินแล้วหายวับไปในอากาศ โดยเขาโดดร่มหายไปตรงที่ใดที่หนึ่งแถบตะวันตกของสหรัฐฯ อย่างลอยนวล ซึ่งเอฟบีไอตามล่าอย่างไม่ลดละอยู่ 8 ปี ไม่พบทั้งคน ร่มชูชีพ หรือเงิน อย่างนี้ต้องยกให้เป็นโจรเทวดาขนาดแท้
 
 
 
2ปัวโรต์ยังปวดขมับ (10 วันที่อกาธาคริสตี้หายไป)
ปีพ.ศ.2569 อกาธาคริสตี้ นักเขียนนิยายสืบสวนมือพระกาฬของโลกเกิดหายตัวไปอย่างลึกลับชนิดที่ถ้านักสืบปัวโรต์ตัวเอกในนิยายนักสืบของเธอมีจริง ยังต้องมึนตึ้บไปกับการหายตัวอย่างไรร่องรอยของนักเขียนดังท่านนี้ ตำรวจพบรถของคริสตี้ฝังซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ ไฟหน้าแตก เบาะหลังมีกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ แต่ไร้ร่องรอยของนักเขียนเรืองนาม หลังจากหาตัวกันจ้าละหวั่นนานสิบวัน ตำรวจพบอกาธานั่งอ่านข่าวการหายตัวของเธออยู่ในห้องโถงรับรองของโรงแรมในเมืองยอร์กเชียร์ เธออ้างว่าเกิดความจำเสื่อมเพราะเครียดที่สามีบอกเลิก แต่ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าจริงหรือไม่ จนกระทั้งเธอตาย ปริศนานี้เลยเป็นปริศนาตลอดกาล ยกเว้นอกาธาเคยบอกว่านิยายเรื่องล่าสุดของเธอมีคำตอบที่แท้จริงว่า 10 วันที่เธอหายไปเธอไปอยู่ที่ไหน.....
 
 
 
1ผีย้ายโลง
ประเดิมเรื่องแรกเป็นเรื่องลึกลับเกี่ยวกับศพคนในตระกูลเชสที่เก็บอยู่ในห้องเก็บศพใต้ดินของโบสถ์คริสต์ที่ตั้งอยู่บนเกาะบาร์บาดอสฝั่งตะวันออกของทะเลแคริบเบียน เรื่องแปลกก็คือ ทุกครั้งที่เปิดห้องเก็บศพออกมาเพื่อนำศพของคนตระกูลเชสไปเก็บต้องพบว่าบศพถูกสลับที่สลับทาง ทั้งที่ห้องล็อกแน่นหนา และศพหนักอึ้งขนาดต้องใช้ผู้ชายแข็งแรงแปดคนจึงจะย้ายบได้ บางครั้งมีคนได้ยินเสียงครางดังออกมาจากห้องตอนค่ำคืน มีหลายทฤษฎีถูกนำมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเช่น น้ำท่วม (โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง และเคยถูกพายุทำลายเสียหายหลายครั้ง) บ้างอธิบายว่าเป็นเพราะสนามแม่เหล็ก โจรเข้ามาลักทรัพย์ ผีดิบ และแผ่นดินไหว
 
 

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

 Lumière

พี่น้อง Lumière เกิดในเบอซองซ , ฝรั่งเศส , ใน 1862 และ 1864 และย้ายไปลียงในปี 1870, ที่ทั้งสองได้เข้าร่วมLa Martiniereที่โรงเรียนเทคนิคที่ใหญ่ที่สุดในลียง[ 3 ]พ่อของพวกเขาClaude - Antoine Lumière (1840-1911) , วิ่งถ่ายภาพบริษัท และพี่น้องทั้งสองทำงานสำหรับเขา : หลุยส์เป็นนักฟิสิกส์และ Auguste เป็นผู้จัดการ หลุยส์ได้ทำการปรับปรุงบางส่วนเพื่อดำเนินการยังคงถ่ายภาพ, มีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นกระบวนการอบแห้งแผ่นซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญต่อภาพเคลื่อนไหว
มันไม่ได้จนกว่าพ่อของพวกเขาออกใน 1892 ที่พี่น้องที่จะเริ่มต้นในการสร้างภาพเคลื่อนไหว พวกเขาได้จดสิทธิบัตรจำนวนของกระบวนการที่สำคัญที่นำไปสู่กล้องฟิล์มของพวกเขาส่วนใหญ่ยวดปรุฟิล์ม(ดำเนินการเดิมโดยEmile Reynaud ) เป็นวิธีการที่ก้าวหน้าภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านกล้องและโปรเจ็กเตอร์cinématographeตัวเองได้รับการจดสิทธิบัตรเมื่อ 13 ก. พ. 1895 และวิดีโอครั้งแรกที่เคยมีการบันทึกการใช้มันถูกบันทึกไว้ใน 19 มีนาคม 1895 นี้ภาพยนตร์เรื่องแรกที่แสดงให้เห็นว่าคนงานออกจากโรงงาน Lumière

การฉายภาพยนตร์ครั้งแรก


ที่จัดขึ้น Lumières คัดกรองส่วนตัวของพวกเขาครั้งแรกของการฉายภาพเคลื่อนไหวในปี 1895 [ 4 ]คัดกรองประชาชนของพวกเขาครั้งแรกของภาพยนตร์ที่ถูกเรียกเก็บเงินค่าเข้าชมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 1895 ที่Salon Indien du Grand Caféในปารีส นี้นำเสนอประวัติศาสตร์การทำแบบสิบหนังสั้นรวมถึงภาพยนตร์เรื่องแรกของพวกเขากลุ่มทหารที่ฝ่าวงล้อม des Usines Lumière เธลียง ( คนที่ออกจากโรงงาน Lumière ) [ 5 ]ภาพยนตร์แต่ละเรื่องคือ 17 เมตรยาวซึ่งเมื่อมือ cranked ผ่านโปรเจ็กเตอร์ทำงานประมาณ 50 วินาที

โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องแรกของโลกสำหรับ 1895 ของL'Arroseur arrosé
เป็นที่เชื่อภาพยนตร์เรื่องแรกของพวกเขาถูกบันทึกไว้จริงในปีเดียวกันนั้น (1895) [ 6 ]กับLéon Bouly 'scinématographeอุปกรณ์ที่ถูกจดสิทธิบัตรในปีก่อนหน้า cinématographe -- สาม - in - one อุปกรณ์ที่สามารถบันทึก, การพัฒนาและโครงการภาพเคลื่อนไหว -- ได้รับการพัฒนาต่อไปโดย Lumières
ต่อสาธารณชนครั้งแรกที่ Café แกรนด์มาไม่กี่เดือนภายหลังและประกอบด้วยสิบต่อไปนี้ภาพยนตร์สั้น (ในลำดับของงานนำเสนอ) : [1]
  1. กลุ่มทหารที่ฝ่าวงล้อม La de l'Usine Lumière เธลียง (ตัวอักษร"ออกจากโรงงาน Lumière ในลียง"หรือภายใต้ชื่อภาษาอังกฤษของตนร่วมกันมากขึ้น, คนงานออกจากโรงงาน Lumiere ), 46 วินาที
  2. ลา Voltige ("Riders เคล็ดลับม้า"), 46 วินาที
  3. La Peche aux Poissons Rouges ("ประมงสำหรับปลาทอง"), 42 วินาที
  4. Le Débarquement du Congrès de Photographie เธลียง ("disembarkment ของสภาคองเกรสของช่างภาพในลียง"), 48 วินาที
  5. Les Forgerons ("ช่างตีเหล็ก"), 49 วินาที
  6. Le Jardinier ( l' Arroseur Arrosé ) ("สวน"หรือ"มินิโรย"), 49 วินาที
  7. Repas de bebe ("อาหารเช้าของลูกน้อย"("อาหารของทารก"จุด)), 41 วินาที
  8. Le Saut à la couverture ("กระโดดลงผ้าห่ม"), 41 วินาที
  9. la Place des Cordeliers เธลียง ("Cordeliers สแควร์ในลียง"-- ฉาก Street), 44 วินาที
  10. La Mer (Baignade en Mer) ("ทะเล [อาบน้ำในทะเล]"), 38 วินาที