วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556


20 อันดับ มหาวิทยาลัยที่จบมาแล้วมีโอกาสมีงานทำมากที่สุด

อันดับมหาวิทยาลัย
1จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
4มหาวิทยาลัยศิลปากร
5มหาวิทยาลัยมหิดล
6วิทยาลัยดุสิตธานี
7มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
8มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
9สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
10มหาวิทยาลัยขอนแก่น
11สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
12มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
13มหาวิทยาลัยรังสิต
14มหาวิทยาลัยรามคำแหง
15มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
16มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
17มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
18มหาวิทยาลัยศรีปทุม 
19มหาวิทยาลัยแม่โจ้
20มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
20 อันดับ มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด

อันดับมหาวิทยาลัย
1จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
4มหาวิทยาลัยศิลปากร
5มหาวิทยาลัยมหิดล
6วิทยาลัยดุสิตธานี
7มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
8มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
9สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
10มหาวิทยาลัยขอนแก่น
11สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
12มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
13มหาวิทยาลัยรังสิต
14มหาวิทยาลัยรามคำแหง
15มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
16มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
17มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
18มหาวิทยาลัยศรีปทุม 
19มหาวิทยาลัยแม่โจ้
20มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

เพดานโบสถ์น้อยซิสทีน


เพดานโบสถ์น้อยซิสติน (อังกฤษ: Sistine Chapel ceiling) เป็นจิตรกรรมฝาผนังบนเพดานของโบสถ์น้อยซิสตินที่เขียนโดยไมเคิล แอนเจโลระหว่างค.ศ. 1508 ถึง ค.ศ. 1512 ที่ได้รับการจ้างโดยสมเด็จพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 เป็นงานจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคทองของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา เพดานที่เขียนภาพอยู่ภายในโบสถ์น้อยของพระสันตะปาปาภายในพระราชวังวาติกันที่สร้างขึ้นในระหว่าง ค.ศ. 1477 ถึง ค.ศ. 1480 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาซิกส์ตุสที่ 4 ที่กลายมาเป็นชื่อโบสถ์น้อย โบสถ์น้อยเป็นที่ตั้งของห้องประชุมพระสันตะปาปาและสถานที่ที่ใช้ในการทำพิธีทางศาสนาของพระสันตะปาปา
ภาพเขียนบนเพดานเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อใหญ่ในการตกแต่งภายในทั้งหมดของโบสถ์น้อยที่รวมทั้งจิตรกรรมฝาผนัง “การตัดสินครั้งสุดท้าย” บนผนังด้านพิธีโดยไมเคิล แอนเจโลเช่นกัน และภาพเขียนอื่น ๆ โดยกลุ่มจิตรกรชั้นนำของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอิตาลีของคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่รวมทั้งซานโดร บอตติเชลลี และเปียโตร เปรูจิโน และพรมทอแขวนผนังชุดใหญ่โดยราฟาเอล หัวใจของภาพทั้งหมดสะท้อนปรัชญาของโรมันคาทอลิก
หัวใจของภาพเขียนบนเพดานเป็นฉากเก้าฉากจากพระธรรมปฐมกาล ในบรรดาเก้าภาพ ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือภาพพระเจ้าสร้างอาดัม (Creation of Adam) ที่กลายมาเป็นรูปสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักกันดีพอ ๆ กับ “โมนาลิซา” ของเลโอนาร์โด ดา วินชี โดยเฉพาะส่วนที่เป็นนิ้วมือของพระเจ้าที่แทบจะมาจรดกับนิ้วมือของอาดัมที่เป็นภาพที่กลายมาเป็นภาพที่แปลงไปเป็นงานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย

แผนผังภาพ

ผังภาพที่ปรากฏบนเพดานแสดงการแบ่งการเขียนออเป็นสามตอนสามหัวเรื่อง
::* สีเหลือง - พระเจ้าสร้างโลก
::* สีฟ้าในครึ่งวงกลม - บรรพบุรุษของพระเยซู
::* สีฟ้าสามช่วงแรกทางซ้าย - เรื่องราวของโนอาห์
::* สีเขียวการสร้างอาดัมและความหายนะของอาดัมและอีฟ
::* สีส้มและชมพู - ประกาศกและประกาศกี

[แก้]ภาพกลางเพดาน


14 มีนาคม ย้อนรำลึกบุคคลสำคัญ

ไฟล์:Einstein1921 by F Schmutzer 2.jpg

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (เยอรมัน: Albert Einstein) (14 มีนาคม พ.ศ. 2422 - 18 เมษายน พ.ศ. 2498) เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิสและอเมริกัน (ตามลำดับ) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี"
หลังจากที่ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาก็กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยธรรมดานักสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ในปีต่อ ๆ มา ชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขาทำให้มีการใช้ชื่อไอน์สไตน์ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" ให้เป็นเครื่องหมายการค้า
ตัวไอน์สไตน์เองมีความระลึกถึงผลกระทบทางสังคม ซึ่งมีผลมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เขาได้เป็นปูชนียบุคคลแห่งความบรรลุทางปัญญา เขายังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ทุกการสร้างสรรค์ของเขายังคงเป็นที่เคารพนับถือ ทั้งในความเชื่อในความสง่า ความงาม และความรู้แจ้งเห็นจริงในจักรวาล (คือแหล่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่) เป็นสูงสุด ความชาญฉลาดเชิงโครงสร้างของเขาแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของจักรวาล ซึ่งงานเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านผลงานและหลักปรัชญาของเขา ในทุกวันนี้ ไอน์สไตน์ยังคงเป็นที่รู้จักดีในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุด ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์และนอกวงการ
ไอน์สไตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ด้วยโรคหัวใจ
ผลงานของไอน์สไตน์ในสาขาฟิสิกส์มีมากมาย ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่ง: