วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 10 อันดับที่ 68 มหาวิทยาลัยโลก 2013


สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเกาหลี ประเทศเกาหลีใต้ 64.0 คะแนน
สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเกาหลี ประเทศเกาหลีใต้
สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเกาหลี : Korea Advanced Institute of Science & Technology, KAIST 
เป็น สถาบันอุดมศึกษา ในเมืองวิทยาศาสตร์ Daedeok ในเมืองแทจอน ประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งใน ค.ศ. 1981 โดยการรวม สถาบันชั้นสูงวิทยาศาสตร์เกาหลี (Korea Advanced Institute of Science, KAIS) กับ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาหลี (Korea Institute of Science and Technology, KIST) เป็นสถาบันอุดมศึกษาเดียวที่ดูแลโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แทนที่จะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ จุดประสงค์ของสถาบันคือ ผลิตนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีความสามารถสูง เพื่อทำงานวิจัยพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์ และเพื่อจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการวิจัยให้สถาบันอื่น
ชาวเกาหลีใต้โดยทั่วไปยอมรับว่า KAISTเป็น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในประเทศเกาหลี และรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์จากโรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์ เข้าเรียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ สถาบันเป็นสมาชิก LAOTSE เครือข่ายของ มหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรปและเอเชีย
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 9 ของเอเชีย อันดับที่ 65 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง ประเทศฮ่องกง  64.4 คะแนน
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง ประเทศฮ่องกง
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง : The Hong Kong Polytechnic University
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง  ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937 โดย The Hong Kong Polytechnic University นั้นถือว่าเป็นสังคมนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา มหาวิทยาลัยในฮ่องกง ที่ใช้เงินทุนของประชาชน มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านด้านบริหารธุรกิจ การออกแบบ วิศวกรรมศาสตร์  แฟชั่น และด้านสุขภาพ
มีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาต่างชาติ International Student Scholarships ที่มีผลการเรียนในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย โดยทุนการศึกษานี้จะเป็น ค่าเล่าเรียนรวมไปถึงค่าครองชีพ
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 8 ของเอเชีย อันดับที่ 59 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ประเทศเกาหลีใต้  65.9 คะแนน
มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ประเทศเกาหลีใต้
มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล : Seoul National University
 มหาวิทยาลัยโซล เป็น มหาวิทยาลัยแรกของประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 เป็นผู้นำทั้งทางด้านการศึกษา และการค้นคว้าวิจัย โดยดำเนินการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาหลายสาขาวิชา ดำเนินงานด้านสถาบันวิจัยถึง 64 สถาบัน และนอกจากนี้ยังก่อตั้งสถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยขึ้น เพื่อให้ความรู้ทางด้านภาษาเกาหลี และภาษาต่างประเทศให้กับนักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจอีกด้วย มหาวิทยาลัยโซล แบ่งวิทยาเขตการการศึกษาออกเป็น 2 วิทยาเขต วิทยาเขตหลักตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโซล เขตควันอัก (Kwanak) ครอบคลุมพื้นที่ 1,403,000 ตารางเมตร และวิทยาเขตรองตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโซล เขตยอนกอน (Yeongeon)
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 7 ของเอเชีย อันดับที่ 54 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยเคียวโตะ หรือ มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น 66.8 คะแนน
มหาวิทยาลัยเคียวโตะ หรือ มหาวิทยาลัยเกียวโต
มหาวิทยาลัยเคียวโตะ : 京都大学 Kyōto daigaku หรือเรียกย่อว่า เคียวได : 京大 Kyōdai
เป็น มหาวิทยาลัยเก่าแก่ อันดับที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งใน มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ มหาวิทยาลัยเคียวโตะ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) ที่เมืองเคียวโตะ ในจังหวัดเคียวโตะ
มหาวิทยาลัยเคียวโตะ มีการเรียนการสอนที่เป็นที่ยอมรับ โดยมีมหาวิทยาลัยคู่แข่งเช่น มหาวิทยาลัยเคโอ ซึ่งก่อตั้งก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หรือมหาวิทยาลัยโตเกียวซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งย่านคันโต
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
  • ฮิเดะกิ ฟุกะวะ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
  • ชินิจิโระ โทะโมะนะกะ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
  • เคนอิจิ ฟุกุอิ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี
  • ซุซุมุ โทะเนะงะวะ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาแพทย์
  • ริวจิ โนะโยะริ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี
  • มะโกะโตะ โคะบะยะชิ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
  • โทะชิฮิเดะ มะสุกะวะ – ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงชาวไทย
  • รศ. ดร. ชิต เหล่าวัฒนา นักวิทยาศาสตร์ชาวไทย
  • ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ลักขณา ปันวิชัย ในชื่อนามปากกาว่า “คำ ผกา” นักเขียนชาวไทย
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 6 ของเอเชีย อันดับที่ 52 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยซิงหัว ประเทศจีน  67.1 คะแนน
 มหาวิทยาลัยซิงหัว ประเทศจีน
มหาวิทยาลัยชิงหัว : Tsinghua University 
มหาวิทยาลัยชิงหัว ก่อตั้งเมื่อปี 1911 เป็น มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของจีน เป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ มนุยศาสตร์ กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ บริหาร การจัดการ เภสัชศาสตร์ และศิลปะ จนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ และผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก เช่น อดีตนายกรัฐมนตรีจูหรงจี ประธานาธิบดีหูจิ่นเทา ต่างก็จบจากมหาวิทยาลัยนี้เช่นกัน
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังเป็นศูนย์กลางของการ ศึกษาระดับสูงและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิงหัวมีชื่อเสียงมากในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์และวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 5 ของเอเชีย อันดับที่ 50 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโปฮัง ประเทศเกาหลีใต้ 69.4 คะแนน
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโปฮัง ประเทศเกาหลีใต้
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโปฮัง : Pohang University of Science and Technology (포항공과대학교)
 มหาวิทยาลัยโปฮัง ก่อขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1986 ที่โปฮัง ในฐานะ มหาวิทยาลัยที่ทำการศึกษาวิจัยและค้นคว้าเชิงวิชาการแห่งแรกของเกาหลี โปฮังนั้นเป็น มหาวิทยาลัยเอกชน ที่มีการเน้นการเรียนการสอนไปทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ดังชื่อ มหาวิทยาลัย เลยค่ะ ใน ปี ค.ศ. 1998 มหาวิทยาลัยโปฮัง ยังถูกจัดอันดับให้เป็น มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดแห่งเอเชีย ซึ่งคะแนนในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยภายใน ประเทศนั้น นับว่ามีคะแนนสูงมากและโปฮังเองมักมีการเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัย KAIST ในฐานะ สถาบันทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เหมือนกันค่ะ
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 4 ของเอเชีย อันดับที่ 46 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน 70.7 คะแนน
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง : Peking University
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้านสายศิลป์ของประเทศจีน มหาวิทยาลัย ปักกิ่ง ก่อตั้งเมื่อปี 1898 เป็น มหาวิทยาลัยที่รวมสาขาสายศิลป์และสายวิทย์ของรัฐแห่งแรก  ปัจจุบันประกอบไปด้วย 5 แผนกคือ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ตรรกศาสตร์  สารสนเทศและวิศวกรรมศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์ มีทั้งสิ้น 47 คณะ ปริญญาตรี 101 สาขาวิชา ปริญญาโท 224 สาขาวิชา นัก ศึกษาต้องเก็บหน่วยกิจให้ครบภายใน 4-6 ปี เมื่อจบหลักสูตรนักศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรสองใบ ได้แก่ ใบสำเร็จการศึกษา และ ใบปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 3 ของเอเชีย อันดับที่ 35 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยฮ่องกง ประเทศฮ่องกง 75.6 คะแนน
มหาวิทยาลัยฮ่องกง ประเทศฮ่องกง
มหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง : University of Hong Kong
มหาวิทยาลัยฮ่องกง เปิดตั้งแต่ปี 1911 โดยผู้ก่อตั้งนั้นคือ ดร.ซุน ยัด เซ็น (Sun Yat Sen) ซึ่งท่านคือประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนนั่นเอง ที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์ และ gallery แสดงศิลปะของ มหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง ที่จัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณแบบจีน ที่นี่ยังเป็นที่เก็บสะสมเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์สมัยราชวงศ์หยวน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 2 ของเอเชีย อันดับที่ 29 มหาวิทยาลัยโลก 2013
มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ 77.5 คะแนน
มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์
มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ : National University of Singapore (NUS)
มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ก่อ ตั้งในปีค.ศ. 1905 เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมานาน เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี กฎหมาย ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ และแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับ 1 ของเอเชีย อันดับที่ 27 มหาวิทยาลัยโลก 2013
 มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 78.3 คะแนน
 มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
มหาวิทยาลัยโตเกียว : 東京大学 Tōkyō Daigaku โทเกียวไดงะกุ  หรือย่อว่า โทได 東大 Tōdai
มหาวิทยาลัยโตเกียว เป็น มหาวิทยาลัยวิจัย ได้ชื่อว่าเป็น มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีเกียรติมากที่สุดในญี่ปุ่น และ ยังจัดเป็น มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก  ปัจจุบันมีหลักสูตรครอบคลุมสาขาวิทยาการเกือบทั้งหมด แต่ที่มีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษคือ กฎหมาย รัฐศาสตร์ วรรณกรรม เศรษฐศาสตร์ แพทยศาสตร์และ วิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัย แห่งนี้ผลิตนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงของญี่ปุ่นจำนวนมาก นับแต่อดีตจนปัจจุบันแม้ว่าสัดส่วนจะลดลงก็ตาม อัตราส่วนของรัฐมนตรีที่เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยโตเกียวยังคงสูงที่สุดใน ประเทศญี่ปุ่น
มหาวิทยาลัยโตเกียว เข้าร่วมกับกับสมาพันธ์ความร่วมมือ มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งประเทศญี่ปุ่น ภายใต้กฎหมายใหม่ซึ่งใช้กับมหาวิทยาลัยของรัฐทุกมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 (ออกนอกระบบ)
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย อันดับ 1 อันดับที่ 26 ร่วมของเอเชีย “ช่วงอันดับที่ 351-400 มหาวิทยาลัยโลก 2013″
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
สำหรับประเทศไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่ง เพิ่งเข้าร่วมการสำรวจ The Times Higher Education World University Rankings เป็นปีแรก กลายเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียวของไทยที่มีชื่อติดอันดับ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก ในปีนี้ โดยถูกจัดให้อยู่ใน “ช่วงอันดับ” ที่ 351-400 ของโลก ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยกลางแห่งชาติไต้หวัน (เอ็นซียู) และมหาวิทยาลัยวาเซดะของญี่ปุ่น
ด้านฟิล เบตี บรรณาธิการนิตยสาร “Times Higher Education” ซึ่งมีฐานอยู่ที่กรุงลอนดอนเผยว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีซึ่งเข้า ร่วมเป็นปีแรก สามารถมีชื่อติดอันดับ 400 สถาบันการศึกษาขั้นสูงที่ดีที่สุดในโลกได้ พร้อมเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถือ เป็นสถาบันที่มีอัตรางานวิจัยต่อหัวสูงที่สุดของประเทศไทย ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้คะแนนสูงสุดของไทยทั้งในด้านนวัตกรรม ด้านความเป็นนานาชาติ ด้านสภาพแวดล้อมในการเรียน รวมถึงในด้านผลงานการวิจัย
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งเคยมีชื่อติดกลุ่ม 351-400 ของโลกเมื่อปีที่แล้วกลับไม่ติดอันดับจากการสำรวจในปีนี้ เช่นเดียวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งต่างไม่มีรายชื่อติด 400 อันดับ มหาวิทยาลัยโลก 2013 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลกในปีนี้เช่นเดียวกัน

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ต้นไม้ที่แปลกที่สุดในโลก


1. Baobab           ต้นไม้ที่มหัศจรรย์ที่สุดก็คือต้น Baobab หรือต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree) สามารถเติบโตได้ถึง 100 ฟุตและกว้าง 35 ฟุต สิ่งแปลกประหลาดของต้นไม้นี้ก็คือ ภายใต้ลำต้นที่บวมนี้คือ ที่เก็บน้ำที่จุได้มากถึง 120,000 ลิตร ไว้ใช้ในสภาวะอากาศแห้งแล้ง
2. Bristlecone Pine
          ต้นสน Bristlecone ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่มาก ซึ่งพันธุ์ Methuselah นั้นจัดเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มีอายุ 4,838 ปี อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 11,000 ฟุต
3. Banyan
          ต้น Banyan ตั้งชื่อตาม "banians" หรือผู้บุกรุกชาวฮินดูที่ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ต้นไม้นี้ และต้น Banyan เคยเป็นบ้านต้นไม้ของโรบินสัน ครูโซมาแล้วด้วย!

4. Tule

          ต้น Tule เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในต้นไม้ตระกูล Montezuma Cypress ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Oaxaca ประเทศเม็กซิโก มีขนาดลำต้นโดยรอบ 190 ฟุต (58 เมตร) ซึ่งมีความหนาจนผู้คนพูดว่าแทนที่คุณจะโอบกอดมัน...มันกลับโอบกอดคุณแทน!

5. Pando

          ต้น Pando หรือ Trembling Giant ในรัฐยูท่าห์ ประกอบไปด้วยกว่า 47,000 กิ่งก้านสาขาที่แผ่ขยายไปทั่วพื้นที่ 107 เอเคอร์ หนักประมาณ 6,600 ตัน และมีระบบรากแก้วใต้ดินที่ใหญ่โตมาก เฉลี่ยแล้วแต่ละกิ่งก้านนั้นมีอายุประมาณ 130 ปี รวมทั้งระบบของต้น 

6. Chapel - Oak of Allouville - Bellefosse

          ต้น Chapel - Oak of Allouvill - Bellefosse เป็นต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส มันไม่ใช่เพียงแค่ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอีกด้วย ในปัจจุบันบางส่วนของโอ๊คต้นนี้ได้ร่วงเลยไปบ้างแล้วตามกาลเวลา แต่ผู้คนที่นั่นใช้เสาและสายเคเบิ้ลในการรองรับต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้

7. Coast Redwood

          ต้น Coast Redwood ถือเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก โดยเจ้าต้นที่ชื่อว่า Hyperion ใน Redwood National Park นั้นมีความสูงกว่า 379 ฟุต (115 เมตร) จุดเด่นของมันก็ ต้น Coast Redwood จะประกอบไปด้วยต้นแคลิฟอร์เนียเรดวู้ดยักษ์ถึง 4 ต้น ซึ่งมันใหญ่ขนาดที่ว่าเราสามารถขับรถผ่านได้! 

8. Giant Sequoias

          ต้น Giant Sequoias ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปลูกใน เซียร์ร่า เนวาดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งต้น Giant Sequoias ที่ใหญ่ที่สุดคือพันธุ์ Genaeral Sherman ตั้งตระหง่านใหญ่ยักษ์อยู่ใน Sequoia National Park มีลำต้นสูงถึง 275 ฟุต (83.8 เมตร) และหนัก 6,000 ตัน

9. Circus

          Axel Erlandson เกษตรกรปลูกถั่วคนหนึ่งได้ดัดแปลงและแกะสลักต้นไม้เป็นรูปร่างและลวดลายที่ แสนมหัศจรรย์จริงๆ เขาได้ตั้งชื่อมันว่าต้น “Circus” นี่คือตัวอย่างเจ้าต้น Circus ที่คิดว่ากว่าจะทำได้คงลำบากน่าดู...

10. Lone Cypress
 
          ต้น Lone Cypress ขึ้นต้องแรงปะทะโดยลมหนาวจากมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ที่ชายหาด Pebble ในมอนทาเร่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตมาก แต่มันตั้งเด่นเป็นสง่า (แบบว้าเหว่) อยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิก

ที่มาของป๊อปคอร์น


มาครับ เรามาดูที่มาของป๊อปคอร์น หรือข้าวโพดขั้วแสนอร่อยกัน

สำหรับผู้ที่ริเริ่มเอาเมล็ดข้าวโพดมาทำเป็นข้าวโพดคั่วเป็นรายแรกก็คือ ชนพื้นเมืองของอเมริกา(อินเดียนแดงนั่นเอง)

โดยพวกเขาได้ทำกันมาเป็นเวลานานหลายพันปีแล้วซึ่งที่เราสามารถทราบได้ก็เพราะเมื่อปี 1948 มีการค้นพบฝักของข้าวโพดสายพันธุ์ที่ใช้ทำข้าวโพดคั่ว ในถ้ำค้างคาวหลายแห่งในมลรัฐนิวเม็กซิโก โดยฝักข้าวโพดที่พบนั้น มีอายุย้อนไปประมาณ 5,600 ปีทีเดียว

จากนั้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาจึงได้นำข้าวโพดคั่วไปเผยแพร่ในทวีปยุโรป จนข้าวโพดคั่วนี้กลายเป็นของว่างที่ได้รับความนิยมทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเรื่องที่ว่าเมล็ดข้าวโพดกลายมาเป็นข้าวโพดคั่วได้อย่างไรนั้นเหตุผลก็คือ ในเมล็ดที่ใช้สำหรับทำข้าวโพดคั่วนั้นจะมีความชื้นระดับหนึ่งอยู่ภายในส่วนที่เป็นแป้งนุ่มที่เป็นส่วนสะสมอาหารของเมล็ด(endosperm) ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกแข็งภายนอก และเมื่อได้รับความร้อนในระดับจุดเดือดแล้ว เจ้าความชื้นหรือน้ำที่อยู่ภายในก็จะขยายตัวจนเกิดแรงดันจากภายในทำให้ส่วนที่เป็นเปลือกแข็งระเบิดเสียงดังอยู่ภายในภาชนะ จากนั้น ความชื้นภายในเมล็ดก็จะออกมาและระเหยไปอย่างรวดเร็ว ส่วนแรงระเบิดก็จะทำให้ไส้ในของเมล็ดข้าวโพดกลับออกมาอยู่ด้านนอกแทนและการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ทำให้ส่วนสะสมอาหารของเมล็ด (endosperm) แปรสภาพเป็นเหมือนกับโฟมนิ่มที่มีอากาศอยู่ภายใน จนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของป็อปคอร์นนั่นเอง

สุดท้าย ในการทำป็อปคอร์นเราจะเห็นว่ามีบางเมล็ดที่ไม่ยอมแตกตัวไปเป็นป็อปคอร์น ซึ่งภาษาอังกฤษจะเรียกเมล็ดพวกนี้ว่า"old maids" โดยมีการอธิบายถึงสาเหตุที่เมล็ดไม่แตกตัวเอาไว้ 2 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกคือเกิดจากความชื้นในเมล็ดมีไม่เพียงพอ และอีกประเด็นคือ เปลือกของเมล็ดข้าวโพดอาจจะมีรอยรั่วอยู่

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดตำนานการเดินทางของหลุยส์ วิตตอง



ตำนานหลุยส์ วิตตอง สัญลักษณ์แห่งความโก้หรูเริ่มต้นเมื่อปี 1837 โดยชื่อนี้เกิดขึ้นจากกระเป๋าบรรจุสัมภาระที่วางขายในมหานครปารีส เบื้องหลังความสำเร็จของหลุยส์ วิตตองเกิดจากความบังเอิญจากความผิดพลาดของการพิมพ์ตัวอักษรบนแผ่นผ้าอาบใยสังเคราะห์จากตัว WL ซึ่งหมายถึง “ตู้นอน” ของรถไฟชั้นหนึ่ง กลายเป็น อักษร VL ไขว้กันอยู่บนลวดลายดอกไม้สี่กลีบในวงกลมแผ่นผ้าที่ผลิตผิดเหล่านี้จึงถูกลูกค้าปฏิเสธ และเพื่อมิให้เป็นการสูญเปล่า จึงได้นำไปใช้หุ้มหีบใส่สัมภาระสำหรับการเดินทาง ซึ่งแต่เดิมใช้หนังวัวหุ้มบนโครงหีบไม้ มีหมุดเหล็กตอกเป็นระยะเพื่อความทนทาน อันเป็นหีบที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในขณะนั้น และใช้ชื่อสินค้าตามชื่อสกุลของผู้ผลิตเป็นเครื่องหมายการค้า และนั่นคือที่มาของชื่อ Louis Vuitton




หีบของ หลุยส์ วิตตอง เริ่มเป็นที่รู้จักสำหรับนักเดินทางที่เริ่มเดินทางด้วยเรือเดินสมุทรในเวลาต่อมา ด้วยคุณภาพที่ต่างจากหีบหนังแท้คือมีน้ำหนักเบากว่า สามารถใส่สัมภาระได้มากกว่ารวมทั้งสะดวกต่อการลำเลียง การเดินทางของหีบใบใหม่นี้เริ่มข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านช่องแคบอังกฤษ มุ่งสู่มหาสมุทรแอตแลนติกจนถึงนิวยอร์ก และกลายเป็นของก็หรูที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ไปจนถึงดาราฮอลลีวูดต่างนิยมชมชอบ


หีบตู้เสื้อผ้า (Wardrobe)

ผลิตจากผ้าใบลายโมโนแกรม หีบสำหรับใส่เสื้อผ้าใบนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาในปี 1875 และประสบความสำเร็จอย่างมากทางด้านยอดขาย ด้วยภายในออกแบบมาให้สามารถใส่ได้ทั้งสูทของผู้ชายและเครื่องประดับของผู้หญิง พื้นที่ด้านในของตู้เสื้อประกอบไปด้วยลิ้นชักมากมายสำหรับใส่สิ่งของหรือเครื่องใช้ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีลิ้นชักสำหรับใส่รองเท้าอยู่ข้างใต้หีบเสื้อผ้ารุ่นนี้เหมาะสำหรับหนุ่มสำอางที่ชอบเดินทางไกลเป็นประจำ ส่วนหีบในภาพเป็นสมบัติของเจ้าชายโปลิยัก ได้รับการทำสัญลักษณ์ส่วนตัวด้วยแถบสีแดงขาว ส่วนใครอยากจะมีหีบใบเก๋นี้ไว้ครอบครอบสามารถสั่งทำได้พรอมบริการทำสัญลักษณ์ส่วนตัวหรือชื่อย่อให้อีกด้วย



หีบใส่อาหารไปปิกนิก( Picnic Trunk)
ย้อนไปในยุคเริ่มต้นศตวรรษที่ 20 รถยนต์เริ่มเป็นพาหนะที่สร้างความกระตือรือร้นให้มนุษย์อยากโลดแล่นออกจากเมืองใหญ่ไปหาอิสระในวันหยุดพักผ่อนกับการไปปิกนิก ซึ่งถือเป็นการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อรองรับกิจกรรมยามว่างใหม่ ๆ ในยุคนั้นเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์ของการไปปิกนิกอย่างคุ้มค่า จึงได้มีการผลิตหีบใส่อาหารจากผ้าใบลายโมโนแกรมหรือหนังแทนที่จะใช้ตะกร้าสาน หีบของหลุยส์ วิตตองใบนี้สามารถป้องกันทั้งฝุ่นและแมลง หากยังคงความหรูหราไร้ที่ติในการเก็บถ้วยชามเครื่องกระเบื้อง เครื่องเงินและเครื่องแก้วคริสตัลอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556


ไม่ว่าจะรายการทีวี ข่าว สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ พากันพูดถึง AEC ค่อนข้างบ่อยทีเดียว ทว่า AEC คืออะไรและดีอย่างไร? รวมถึงมีอาชีพไหนบ้าง ที่ได้โอกาสทำงานในอาเซียนได้อย่างเสรี วันนี้ Vconnex จะนำมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ กันค่ะ
AEC ย่อมมาจากชื่อเต็มๆ ว่า Asean Economics Community เป็นการรวมตัวของประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว  เวียดนาม  มาเลเซีย สิงคโปร์  อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์  กัมพูชา บรูไน เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน มีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง โดยมีผลประโยชน์ อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้า ส่งออกของชาติในอาเซียนทำจะเสรี ยกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า (เรียกว่าสินค้าอ่อนไหว) โดยอาเซียนจะรวมตัวเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” อย่างจริงจังในวันที่ 1 มกราคม 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า
และจากผลจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 9  ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้กำหนดให้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements : MRAs) ด้านคุณสมบัติในสาขาวิชาชีพหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพ หรือแรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษของอาเซียนได้อย่างเสรี ด้านคุณสมบัติในสาขาอาชีพหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้าย นักวิชาชีพ แรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษได้อย่างเสรีข้อตกลงเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือไปทำงานในประเทศกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้อย่างเสรี ได้กำหนดครอบคลุม 7 อาชีพ และก็มีข่าวว่าอาจจะมีการเพิ่มจำนวนอาชีพขึ้นมาอีกในลำดับถัดไป สำหรับ 7 อาชีพที่มีข้อตกลงกันแล้วให้สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานได้อย่างเสรี ได้แก่
  • อาชีพวิศวกร( Engineering Services)
  • อาชีพพยาบาล (Nursing Services)
  • อาชีพสถาปนิก(Architectural Services)
  • อาชีพการสำรวจ (Surveying Qualifications)
  • อาชีพนักบัญชี (Accountancy Services)
  • อาชีพทันตแพทย์ (Dental Practitioners)
  • อาชีพแพทย์ (Medical Practitioners)
และการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีในกลุ่ม 7 อาชีพนั้น มีผลดีต่อไทยไม่น้อย เพราะในภาพรวม สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในไทยมีศักยภาพในด้านการผลิตบุคลากรในสายวิชาชีพทั้ง 7 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำให้ผู้จบการศึกษาในสายวิชาชีพทั้ง 7 ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกมีตลาดงานที่เปิดกว้างมากขึ้น
จากเดิมที่ตลาดมีแค่การให้บริการประชาชน 63 ล้านคน เป็นตลาดของประชาชนร่วม 600 ล้านคนใน 10 ประเทศอาเซียน นอกจากนั้น ประเทศเหล่านี้รวมทั้งไทยอยู่ในทิศทางที่กำลังเติบโตทางด้านเศรษฐกิจทั้งสิ้น เร็วบ้าง ช้าบ้าง และโดยภาพรวมคุณภาพของผู้จบวิชาชีพทั้ง 7 ในไทยก็สูงอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศอาเซียน ทำให้โอกาสในการหางานมีสูง
ในขณะที่คนไทยสามารถไปทำงานในประเทศอาเซียนได้อย่างเสรีนั้น สภาวิชาชีพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลมาตรฐานของอาชีพทั้ง 7 นั้นคงต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งรัดกุมเป็นอย่างมาก เพื่อรักษามาตรฐานของผู้จบวิชาชีพในสาขาอาชีพนั้นๆ ในไทยให้คงเดิม หรือยกระดับให้สูงขึ้นไปอีก ป้องกันมิให้เกิดการอ่อนด้อยในเรื่องมาตรฐานขององค์กรในการผลิตคน บางแห่งที่อาจใช้โอกาสนี้เพิ่มรายได้ในการเร่งผลิตคนในวิชาชีพเหล่านั้นจำนวนมากเพื่อตอบสนองตลาดที่ใหญ่ขึ้น มิฉะนั้นอาจส่งผลกระทบทางลบโดยรวม
อีกปัญหาที่อาจะตามมาอีกอย่างคือ บางวิชาชีพไทยเริ่มจะเข้าสู่วิกฤตการขาดแคลนอาจารย์ เช่น ทันตแพทย์ ถ้าแก้ปัญหาไม่ทันท่วงทีในเวลาอีกสามถึงห้าปีข้างหน้า ไทยจะมีปัญหาเรื่องการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ในสายวิชาชีพทันตแพทย์อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ก็ต้องระวังดูแลในเรื่องมาตรฐานของคนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนที่เข้ามาประกอบอาชีพทั้ง 7 อาชีพในไทยด้วยเช่นกัน เพราะอาจจะมีผู้มาจากประเทศอื่นที่มาประกอบอาชีพในไทยมีปัญหาความอ่อนด้อยในเรื่องมาตรฐาน ซึ่งถ้าดูแลไม่รอบคอบรัดกุม อาจก่อเกิดผลกระทบกับสังคมไทยในทางลบ และอาจส่งผลต่อปัญหาการประกอบอาชีพของคนไทยเอง
แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม สังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ จำนวนคนในวัยทำงานกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มีข้อมูลว่าอีกประมาณสิบปีข้างหน้า สัดส่วนคนในวัยทำงานจะต่ำกว่าประชากรผู้สูงอายุมาก นี่จะทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือในกลุ่มอาชีพทั้ง 7 นั้น ผู้ที่จบจากสายวิชาชีพดังกล่าวจะประกันได้ว่าไม่น่าจะมีใครที่ตกงาน เพราะมีตลาดใหญ่มากรองรับทั้งในไทย และในประเทศอาเซียน
ข้อตกลงเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 7 อาชีพในปี 2015 (2558) แม้จะเป็นโอกาสทองของคนไทยในสายวิชาชีพดังกล่าว แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ทั้งในด้านการที่คนของเราไปทำงานบ้านเขา และการที่คนบ้านเขามาทำงานในบ้านเรา เพราะถ้าการระวังไม่รัดกุม โอกาสทองนั้นอาจพลิกเป็นวิกฤต และมีผลกระทบรุนแรงต่อบางสายวิชาชีพได้

10 อันดับมหาวิทยาลัยในอาเซียน โดย QS 2012-2013


อันดับมหาลัยที่สอนภาษาฝรั่งเศษในปนะเทศไทย


จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ทำการเรียนการสอนด้านภาษาฝรั่งเศสของประเทศไทย 
ของสมาคมฝรั่งเศส-ไทย ซึ่งประเมินจากปริมาณนักศึกษา ผลงานวิจัยตำราด้านภาษาฝรั่งเศสของอาจารย์ในคณะ-มหาวิทยาลัย คุณภาพในด้านการเรียนการสอนอัตราการหางานทำได้ของบัณฑิตที่จบในเอกวิชาภาษาฝรั่งเศสและผลงานต่างๆและรางวัลที่ได้รับทางด้านภาษาฝรั่งเศสของนักศึกษา โดยวัดจากระดับค่าคะแนนเต็มที่ 100
คะแนน มีผลดังต่อไปนี้
1. คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 90.71 คะแนน
2. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 87.64 คะแนน
3. คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 87.52 คะแนน
4. คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 83.35 คะแนน
5. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 80.32 คะแนน
6. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 79.61 คะแนน
7. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 76.23 คะแนน
8. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 74.85 คะแนน
9. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 73.54 คะแนน
10. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 72.35 คะแนน
11. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 69.62 คะแนน
12. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 66.05 คะแนน
13. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต 62.35 คะแนน
14. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 59.22 คะแนน
15. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 58.35 คะแนน
16. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 55.97 คะแนน
17. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 53.80 คะแนน
18. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 52.80 คะแนน
19. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 51.15 คะแนน