วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ประวัติ ผู้กองปูเค็ม ทรงกลด ชื่นชูผล ผู้ต่อต้านระบอบทักษิณ


ผู้กองปูเค็ม
    
ผู้กองปูเค็ม


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @pookemเฟซบุ๊ก ผู้กองปูเค็มเฟซบุ๊ก Von Richthofen

            จากกรณีที่มีกลุ่มคนสวมหน้ากากสีขาวจำนวนมาก ไปรวมตัวกันบริเวณลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2556 หลังจากมีการนัดหมายกันผ่านโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อทำกิจกรรม แสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ และแสดงความไม่เห็นด้วย กับการบริหารงานของรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นก็มีการนัดชุมนุมของกลุ่มหน้ากากที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าดังกล่าว โดยมีประชาชนจำนวนมากร่วมชุมนุม และเกิดกลุ่มหน้ากากขาวในจังหวัดต่าง ๆ ที่ออกมาแสดงจุดยืนเดียวกัน เช่น กลุ่มหน้ากากขาวเชียงราย กลุ่มหน้ากากขาวเชียงใหม่ กลุ่มหน้ากากขาวภูเก็ต เป็นต้น ในส่วนหน้ากากขาวที่กรุงเทพฯ แม้กลุ่มดังกล่าวจะยังไม่ปรากฏบุคคลที่เป็นแกนนำมาจนบัดนี้ แต่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น ได้มีชายคนหนึ่งถูกกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั่นคือ อดีตนายทหารที่ทนเห็นผู้บังคับบัญชาทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้ จนตัดสินใจลาออกไปทำนากุ้ง นาปู จนได้รับฉายาว่า ‘ผู้กองปูเค็ม’ นั่นเอง

            และชื่อของ ผู้กองปูเค็ม หรือชื่อจริง ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล กลายเป็นที่สนใจมากขึ้นมาอีกหลังได้สวมหน้ากากขาวไปยืนประท้วงตามลำพังที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2556 เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว 5 ข้อ ซึ่งประกอบด้วย
             1. รายจ่ายในการดำเนินงานของแต่ละโรงสีและท่าข้าว

             2. รายชื่อลูกค้า พร้อมรายการขาย และราคาขาย

             3. รายการรับซื้อ และเงินที่ได้จ่ายไปถึงชาวนาและสหกรณ์เป็นจำนวนเท่าใด
           
             4. ปริมาณข้าวที่เน่าเสียและปริมาณข้าวคงเหลือจริงที่เก็บอยู่ในแต่ละโกดัง

             5. ยอดขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวจนถึง วันที่ 24 มิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นวันออกหนังสือฉบับดังกล่าว

            ซึ่ง ร.อ.ทรงกลด ย้ำว่า การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่แท้จริงของรัฐบาล ตามสิทธิที่จะปกปักรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ พร้อมทั้งมีการเชิญชวนให้ชาวหน้ากากขาวคนอื่น ๆ มาร่วมสมทบด้วย

            อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งสุดท้ายที่ผู้ชายอย่างผู้กองปูเค็มออกปรากฏ หรือต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก่อนนี้เขาเคยแสดงตัวต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของ ยิ่งลักษณ์ มาแล้ว เมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) รวมตัวกันขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสมัยที่ตำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการกลับมาชุมนุมร่วมกับทางกลุ่มหน้ากากขาวครั้งนี้ของ ผู้กองปูเค็ม จึงทำให้มีหลายคนอยากที่จะรู้ประวัติผู้กองปูเค็ม ว่าเขาคนนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงออกมาต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ และวันนี้เรามีข้อมูล ผู้กองปูเค็ม ประวัติผู้ชายคนนี้มาฝากกัน

ผู้กองปูเค็ม

            สำหรับประวัติของ ผู้กองปูเค็ม มีชื่อจริง คือ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล จบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 37 (จปร.37) เนื่องจากเป็นคนตรงและไม่ยอมคน ดังนั้นในปี 2540 ร.อ.ทรงกลด ซึ่งขณะนั้นรับราชการสังกัดกองทัพภาคที่ 3 จึงยื่นเรื่องร้องเรียนแก่สื่อมวลชน โดยกล่าวหาว่า ผู้บังคับบัญชาทุจริตยักยอกน้ำมัน สั่งพลทหาร-นายทหารไปรับใช้ส่วนตัว ทุจริตตรวจรับจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ และลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาเกินกว่าเหตุ ฯลฯ

            แต่การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ ร.อ.ทรงกลด ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน 7 ชุด ก่อนโดนสั่งย้ายไปประจำกรมสรรพาวุธทหารบก จนเจ้าตัวได้ตัดสินใจ ลาออกจากราชการในอีก 2 ปี ต่อมา ก่อนผันตัวมาเปิด บริษัท ปูเค็มดอทคอม อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ใน จ.ระนอง แล้วจึงมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางสายการเมือง เนื่องจากมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับ นายวีระ สมความคิด อดีตประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และอดีตเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และด้วยแรงศรัทธาที่มีต่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เขาจึงเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อ ออกมาต่อต้านรัฐบาลนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการเป็นครูฝึกการ์ดพันธมิตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549

            แม้ว่าสุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาสั่งจำคุก 2 ปี ในคดีซื้อที่ดินบริเวณถนนรัชดาภิเษกจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน รวมทั้งยังมีคดีอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ในความรับผิดชอบของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จนทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ แต่ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นน้องสาวของ  พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของไทย รวมทั้งแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศอีกครั้ง โดยมีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง จึงทำให้ ร.อ.ทรงกลด หรือ ผู้กองปูเค็ม กลับมาเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งภายใต้การรวมตัวกันของกลุ่มหน้ากากขาว

หน้ากากขาว

            ในการต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ของ ผู้กองปูเค็ม นอกจากเขาทั้งปรากฏและร่วมชุมนุมกับกลุ่มหน้ากากขาวที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ แล้ว เขายังใช้ทวิตเตอร์ @pookem และ เฟซบุ๊ก ผู้กองปูเค็ม โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดนี้อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่า เขาต้องการต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำตัวเป็นโจรปล้นแผ่นดินในความคิดของเขา

            นี่คือประวัติ ผู้กองปูเค็ม ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล บางส่วน หากใครที่ต้องการรู้จักตัวตน หรือประวัติผู้ชายคนนี้สามารถเข้าไปดูได้ที่ ทวิตเตอร์ @pookem และ เฟซบุ๊ก ผู้กองปูเค็ม เพิ่มเติมค่ะ

25 ตัวการ์ตูนชื่อดังเป็นที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น


25 ตัวการ์ตูนชื่อดังเป็นที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การ์ตูนญี่ปุ่นก็เป็นสิ่งที่คอการ์ตูนหลายคนชื่นชอบและผูกพันกับมันมาก เพราะบางเรื่องอ่านมาตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน เหมือนเป็นคนคุ้นเคยกันเลยก็ว่าได้ ทำให้เรามีตัวละครโปรดแตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี คุณอยากรู้หรือไม่ว่าสำหรับประเทศที่เป็นผู้เขียนตัวการ์ตูนอย่างญี่ปุ่นแล้ว ตัวการ์ตูนตัวไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด ถ้าคุณอยากรู้ล่ะก็ ลองมาอ่านผลการจัดอันดับจากการสอบถามชาวญี่ปุ่นของเว็บไซต์ Japan Talk ที่เรารวมมาฝากกันดูเลย


1. โดราเอมอน

          แน่นอนว่าอันดับ 1 คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าหุ่นยนต์แมวไม่มีหูตัวนี้ เพราะเขาเป็นตัวแทนความฝันและจินตนาการไร้ขีดจำกัดเลยก็ว่าได้ เมื่อคุณอยู่กับโดราเอมอนแล้ว ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น จากการที่ของวิเศษในกระเป๋าจะทำให้ทุกอย่างง่ายดายทันตาเห็น และเขาก็ไม่เคยเอามันไปใช้หาประโยชน์ให้ตัวเองเลย เพียงแต่ใช้เพื่อดูแลโนบิตะเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาเท่านั้น

โดราเอมอน


2. คิตตี้

          ตัวการ์ตูนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยหน้าตาแบบลูกแมวน้อยน่ารักบ้องแบ๊ว พร้อมสีชมพูหวานแหวว ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเจ้าแมวตัวนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม้แต่สาว ๆ ที่โตแล้วก็ยังอดใจซื้อมาติดเอาไว้ไม่ได้ และด้วยความที่เป็นเแมวเนื้อหอมแบบนี้เอง มันจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของบริษัท Sanrio ไปเรียบร้อย

คิตตี้



3. โทโทโร่ - โทโทโร่เพื่อนรัก 

          สัตว์ร่างใหญ่ใจดี ที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือมาจากในจินตนาการ แต่เมื่อได้พบกับเจ้าตัวนี้เมื่อไหร่ได้มีเรื่องสนุกสนานน่ารักมาให้เราอมยิ้มกันทุกที โดยซะสึกิและเมได้พบเจ้าโทโทโร่เข้า เมื่อย้ายตามพ่อไปอยู่ในชนบท แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเพียงจินตนาการของเด็ก ๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนความคิดถึงแม่เท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อแม่กลับมารักษาตัวที่บ้านได้โทโทโระจึงหายไป

โทโทโร่



4. มาริโอ้

          อย่าว่าแต่คนญี่ปุ่นเลย แม้แต่คนยุโรปก็รู้จักตัวละครนี้กันดี และแทบทุกคนก็ต้องเคยเล่นเกมที่มีเขาเป็นตัวนำมาก่อนด้วย โดยภารกิจของมาริโอ้หนุ่มช่างประปาชาวอิตาลีคนนี้ก็คือการช่วยเจ้าหญิงพีช ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในเมืองเห็ดนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีเกมใหม่ ๆ ออกมา แต่ความนิยมของมาริโอ้ก็ไม่เคยลดลง แถมยังไม่มีเกมไหนให้ความรู้สึกคลาสสิกมากเท่านี้เลย

มาริโอ้



5. แอสโตร บอย - แอสโตร บอย เจ้าหนูพลังปรมาณู

          ตัวละครนี้มีจุดกำเนิดที่น่าเศร้ากว่าที่คิด โดยเขาเกิดขึ้นในยุคอนาคตที่มนุษย์อยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ เมื่อ ดร.เทนมะ สร้าง แอสโตร บอย ขึ้นเพื่อทดแทนความเศร้าที่ต้องสูญเสียลูกจากอุบัติเหตุ แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป เขาถึงได้รู้ว่าแอสโตรไม่มีวัน เป็นตัวแทนลูกชายของเขาได้ เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ และไม่มีวันเติบโต จึงทอดทิ้ง ขายเขาให้กับคณะละครสัตว์ ก่อนศาสตราจารย์โอชาโนมิซึจะช่วยเขาออกมา และเห็นแววในตัวเขา ทำให้แอสโตรกลายเป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องความยุติธรรมในเวลาต่อมา

แอสโตร บอย

 


6. ปิคาจู - Pokemon

          แวบแรกที่เห็นใคร ๆ ก็ต้องคิดว่าเจ้าหนูสายฟ้านี่น่ารักทั้งนั้น ด้วยตัวสั้นป้อมเหลืองอ๋อยพร้อมแก้มยุ้ยน่าหยิกสีแดงแปร๊ด แม้ความประทับใจแรกจะทำให้เรารู้สึกหมั่นไส้มันนิด ๆ ที่ดื้อไม่ยอมเชื่อฟังซาโตชิก็เถอะ แต่พอสนิทกันขึ้นมาแล้ว ปิคาจูก็สู้เคียงบ่าเคียงไหล่เป็นคู่หูคู่ซี้ที่ขาดกันไม่ได้ เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง มันถึงเป็นตัวโปรดของซาโตชิรวมถึงแฟน ๆ ด้วย

ปิคาจู

 
Pokemon


7. ซาซาเอะ - Sazae-san

          คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นหน้าตัวละครนี้กันสักเท่าไหร่ แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว เธอดังมากเลยทีเดียว โดยซาซาเอะคือสาววัย 27 ปีธรรมดา ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีความเป็นผู้หญิงสักเท่าไหร่ ไม่ยอมแต่งชุดกิโมโนหรือนั่งแต่งหน้าทำผมให้สวยเป๊ะเพื่อเอาใจสามี แต่เลือกที่จะเป็นคู่ชีวิตที่เสมอภาคกันและให้เขารักเธอที่นิสัยใจคออย่างที่เป็นมากกว่า เรียกได้ว่าเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่เลยทีเดียว แม้จะถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1946 แล้วก็ตาม

ซาซาเอะ

Facebook Sazae-san


8. มารุโกะ - หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง


          สาวน้อยที่กำลังเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 คนนี้ คือตัวเอกของเรื่อง ซึ่งแม้พลอตเรื่องของ หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง จะไม่ได้หวือหวาอะไร หากแต่เป็นการเล่าชีวิตประจำวันของครอบครัว ผ่านมุมมองของสาวมารุโกะเท่านั้น แต่ด้วยความคิดที่แตกต่างและมุมมองแบบเด็ก ๆ ของเธอ ก็ทำให้เรื่องนี้มัดใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ง่าย ๆ

มารุโกะ

Chibi Maru


9. ชินจัง - ชินจังจอมแก่น

          ดู ๆ แล้วชินจังก็จอมแก่นสมกับชื่อเรื่องจริง ๆ จนบางครั้งความทะลึ่งทะเล้นของเขายังทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าหากตัวเองต้องมาเป็นมิซาเอะแม่ของเขาจะปวดหัวสักแค่ไหนกัน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเพราะความกวนประสาทของชินจังนี่แหละ ที่ทำให้เราติดเรื่องนี้งอมแงมจนต้องมานั่งหัวเราะอยู่หน้าจอทีวีแทบทุกวัน

ชินจัง

TV ASAHI 


10. ซุนโกคู - Dragon Ball
   
          แม้จะมีพลังชนิดไร้เทียมทาน ทว่าตั้งแต่ที่เราเห็นโงกุนมาตั้งแต่เด็กจนโต เขากลับมีนิสัยซื่อไร้เดียงสา บางครั้งติดจะซื่อเกินไปด้วยซ้ำ และเพราะนิสัยแบบนี้ล่ะมั้งถึงทำให้เขามีจิตใจบริสุทธิ์มากพอจะขี่เมฆสีทองได้ รวมทั้งเป็นที่รักของคนดูด้วย แม้แต่เบชิต้าที่ตั้งแง่เป็นศัตรูกับเขา ยังกลายมาเป็นเพื่อนอย่างไม่รู้ตัวเลย

ซุนโกคู

Dragon Ball Z


11. อุลตร้าแมน

          แน่ล่ะว่าทุกคนต้องรู้จักอุลตร้าแมนกันอยู่แล้ว แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมสู้อยู่ดี ๆ ไฟตรงกลางอกเขาถึงกะพริบส่งเสียงดัง แล้วอุลตร้าแมนก็ต้องหมดแรงไป เหตุมันเกิดเพราะว่าฮายาตะหรือเจ้าของร่างอุลตร้าแมนนั้น ถูกยานของอุลตร้าแมนซึ่งเป็นสมาชิกหน่วยพิทักษ์อวกาศชนเสียชีวิต ขณะกำลังไล่ล่าสัตว์ประหลาดอยู่ ด้วยความรู้สึกผิด อุลตร้าแมนจึงแบ่งชีวิตของตนให้กับฮายาตะและสาบานว่าจะช่วยปกป้องโลกใบนี้ แต่มีเงื่อนไขว่าเขาสามารถใช้พลังของอุลตร้าแมนได้เพียง 3 นาทีต่อครั้งเท่านั้น หากเกินกว่านั้นจะหมดกำลังทันทียังไงล่ะ

อุลตร้าแมน

Light Sculpture Studio


12. คาเมนไรเดอร์

          เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อองค์กรช็อคเกอร์ที่ชั่วร้ายต้องการจะยึดครองโลก จึงได้จับมนุษย์ไปดัดแปลงร่างกาย ก่อนจะให้ล้างสมองเพื่อลืมความทรงจำต่าง ๆ แต่โชคดีที่ ฮอนโก ทาเคชิ หนีออกมาได้ก่อนจะถูกล้างสมอง เขาจึงตัดสินใจใช้ร่างกายที่ถูกดัดแปลงมาแล้ว ต่อสู้เพื่อปกป้องสันติสุขของมวลมนุษย์ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของซีรีส์เรื่องยาว คาเมนไรเดอร์ ที่มีการสร้างต่อเนื่องออกมาอีกเรื่อย ๆ

คาเมนไรเดอร์



13. เปโกะจัง

          แม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะไม่ได้มีการ์ตูนของตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว แต่คุณก็คงอดคิดไม่ได้ใช่ไหมล่ะว่าทำไมตัวเองถึงคุ้นตากับใบหน้าซน ๆ ที่กำลังทำทะเล้นแลบลิ้นพร้อมกับผูกแกะสองข้างขนาดนี้ คำตอบก็คือเพราะเธอเป็นมาสคอตของแบรนด์อาหารและขนม Fujiya ยังไงล่ะ ทำให้ตามร้านมีหุ่นของเธอตั้งอยู่ด้วย และบนซองขนมก็มักมีใบหน้าน่ารักของเธอปรากฏอยู่ เราจึงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากับเธอดี

เปโกะจัง

Fujiya-Peco


14. ลูแปงที่ 3 - จอมโจรลูแปง

          ในโลกนี้มีเพียง 2 อย่างที่สามารถดึงดูดใจจอมโจรคนนี้ได้ นั่นก็คือทรัพย์สมบัติมหาศาล และหัวใจของฟูจิโกะนางเอกของเรื่องนั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้บางครั้งเขาดูจะซื่อบื้อเหมือนโจรกระจอกไปสักหน่อย แต่การที่เขายังลอยนวลไม่โดนจับสักที ก็แสดงให้เห็นได้แล้วว่า มันเป็นเพียงแค่ลูกไม้แกล้งโง่ให้คนประมาทเท่านั้นเอง

ลูแปงที่ 3

Facebook Lupin III


15. อาราเล่ - ดร.สลัมป์กับหนูน้อยอาราเล่

          โนริมากิ อาราเล่ หรือที่คนรู้จักกันดีในนามหนูน้อยอาราเล่ เธอคือหุ่นยนต์ที่ ดร.เซมเบ้ สร้างขึ้น ที่แม้จะเห็นเธอร่าเริงวิ่งเล่นกับกัตจังเพื่อนคู่หูได้ทั้งวัน แต่ที่จริงแล้วเธอมีพละกำลังมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ โดยเธอสามารถยกของหนัก ๆ ได้อย่างสบาย ส่วนคำพูดติดปากที่ทุกคนรู้จักกันดีก็คือ "โอ๊ะ โยะ โหย" ที่ได้ยินเป็นประจำนั่นแหละ

อาราเล่

Facebook Dr. Slump Arale Chan


16. รีแลคคุมะ - Rilakkuma
   
          เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะไปไหนเป็นต้องเห็นเจ้าตุ๊กตาหมีหน้าตาบ้องแบ๊วสีน้ำตาลพร้อมหน้าท้องสีขาวเต็มไปหมด โดยมันกลายมาเป็นของสะสมยอดนิยมของสาว ๆ แม้หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับอะไรก็ตาม ซึ่งที่จริงแล้วรีแลคคุมะคือตุ๊กตาหมีน้อยที่อาศัยอยู่กับคาโอรุ สาวออฟฟิศธรรมดา ๆ คนหนึ่ง โดยมันมีนิสัยชอบนอนเป็นชีวิตจิตใจ และมีของโปรดเป็นพวกดังโงะ, แพนเค้ก, ข้าวไข่เจียว และพุดดิ้งคัสตาร์ด

รีแลคคุมะ



17. อามุโระ เรอิ - กันดั้ม

          คนดูจะรักความเป็นเด็กเรียบง่ายทั่วไปจากพื้นเพของหนุ่มคนนี้ ซึ่งถ้าหากเขาเกิดในยุคนี้ล่ะก็ ป่านนี้เรอิคงเป็นแค่หนุ่มโอตาคุธรรมดา ๆ ไปแล้ว โดยเขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ชอบเอาเวลาไปนั่งสร้างหุ่นยนต์เสียมากกว่า จนกระทั่งจับพลัดจับผลูจากเด็กหนุ่มชาวบ้านได้มาขับกันดั้ม ทั้ง ๆ ที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ดี แม้ตอนแรกที่โผล่มาเขาจะไม่ได้หน้าตาดีเลิศเลอนัก แต่พอเวลาผ่านไป เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นหนุ่มหล่อเหลาเอาการเลยล่ะ

อามุโระ เรอิ กันดั้ม

Gundam


18. รถบัสแมว - โทโทโร่เพื่อนรัก 

          เจ้าสิ่งมีชีวิตหน้าตาสุดหลอนนี้ก็คือรถบัสแมวหรือ Neko Basu นั่นเอง ซึ่งถึงแม้มันจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเป็นรถแบบนี้แต่มันก็มีชีวิตนะ โดยมันเป็นแมวตัวผู้ที่มีหน้าที่รับส่งภูตผีวิญญาณและมันมีความรวดเร็วว่องไวมาก แถมดวงตายังส่องแสงในความมืดได้ไม่แพ้รถยนต์เลยทีเดียว และจากความนิยมของมัน ทำให้แมวตัวนี้มีผลิตภัณฑ์จำพวกตุ๊กตาหรือของเล่นเด็กวางขายเป็นจำนวนมาก

รถบัสแมว โทโทโร่เพื่อนรัก

Totoro


19. โนบิตะ - โดราเอมอน

          ใครล่ะจะจำเด็กน้อยขี้แยคนนี้ไม่ได้ เอะอะมีเรื่องถูกรังแกทีไร โนบิตะก็ต้องวิ่งไปฟ้องโดราเอมอนจนเป็นภาพชินตาไปแล้ว ทำให้ใคร ๆ ก็คิดว่าเด็กคนนี้อ่อนแอเสียเหลือเกิน แต่เอาเข้าจริงถึงเวลาที่ต้องจริงจังขึ้นมา บางครั้งโนบิตะก็พึ่งพาได้เหมือนกันนะ เพียงแต่เขาต้องรอตอนหลังชนฝาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เท่านั้นเอง

โนบิตะ โดราเอมอน

Dora World


20. คิทาโร่ - อสูรน้อยคิทาโร่


          คิทาโร่ สมาชิกเผ่าพันธุ์ปีศาจ ในการ์ตูนตลกสยองขวัญจากปลายปากกของ ชิเงรุ มิซุกิ เกี่ยวกับกลุ่มปีศาจที่ช่วยขับไล่ภูตผีที่คอยรังควานมนุษย์ด้วยจิตอาฆาตแค้น ซึ่งแม้ตัวการ์ตูนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็น คิทาโร่ คุณพ่อตาเดียวของเขา และผองเพื่อนทั้งหลายจะมีหน้าตาน่ารักไม่หยอก แต่บรรยากาศในเรื่อก็ชวนสยองขนหัวลุกอยู่บ้างเหมือนกันนะ

คิทาโร่ อสูรน้อยคิทาโร่

Facebook Gegege no Kitaro


21. โปเนียว - โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย

          ความใสซื่อไร้เดียงสาของโปเนียว คือเสน่ห์ที่ทำให้คนติดใจการ์ตูนเรื่องนี้กันเต็มไปหมด โดยสาวน้อยโปเนียวนั้นเป็นลูกสาวของเจ้าสมุทร ที่ดันไปสนิทสนมกับโซสุเกะ เด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่งเข้า พ่อของเธอแม้จะเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่กลับกีดกันความสัมพันธ์นี้ เธอจึงตัดสินใจหนีออกไป ทำให้เกิดเรื่องวุ่น ๆ ตามมา

โปเนียว

Facebook Ponyo


22. เคนชิโร่ - เคนชิโร่ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ

          บุรอนซอนเจ้าของผลงานเรื่องนี้เผยว่าตัวละครนี้เป็นตัวที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก แมกซ์ ร็อคคาทานสกี จากซีรีส์ Mad Max ผสมกับเจ้าพ่อศิลปะการต่อสู้ บรูซ ลี ออกมาเป็นตัวละครที่เข้มแข็งห้า วหาญ แต่มีจิตใจอ่อนโยนเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า อย่างที่เห็น โดยมีแผลเป็น 7 แห่งบนหน้าอก เกิดจากการโดนเพื่อนสนิทหักหลังเป็นเอกลักษณ์

เคนชิโร่

Hokuto No Ken


23. คุณพ่อบาคาบอน - Tensai Bakabon

          เรื่อง Tensai Bakabon ของนักเขียน ฟูจิโอะ อาคัตซึกะ มีคุณพ่อคนนี้แหละเป็นตัวฮาของเรื่อง เพราะเขาเป็นตัวป่วนก่อปัญหาไปซะทุกครั้ง ด้วยการใช้ประโยคติดปากว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า" ทำให้คนอื่นคล้อยตามทุกที แม้ว่าแทบทุกครั้งแผนของเขาจะพังไม่เป็นท่าก็เถอะ แต่ก็เพราะความป่วนนี่แหละ จึงทำให้เขาเป็นตัวขโมยซีนไปซะทุกฉาก จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องไปแล้ว

คุณพ่อบาคาบอน

Facebook Tensai Bakabon


24. ยาบุกิ โจ - โจ สิงห์สังเวียน

          ตัวละครจากเรื่อง โจ สิงห์สังเวียน การ์ตูนสุดฮิตในช่วงปี 1968 - 1973 คนนี้ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลาย ๆ คน จากความกล้าหาญและมุ่งมั่นของเขา ที่พยายามฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จากนักเลงได้กลายมาเป็นนักมวยในที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่เพียงฉากแอ็คชั่นดุเดือดเท่านั้น แต่มรสุมชีวิตที่เข้ามาแต่ละครั้ง ยังเป็นดราม่าเข้มข้นที่ทำให้เรารู้สึกสะเทือนอารมณ์ไปด้วยเช่นกัน

ยาบุกิ โจ โจ สิงห์สังเวียน

Facebook Ashita No Joe


25. เรียวสึ คันคิจิ - คุณตํารวจป้อมยาม

          เรียวสึหรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในนามเรียวซัง ตำรวจวัย 36 ปีประจำป้อมยาม หน้าสวนสาธารณะคาเมอาริ ผู้แสนจะขี้เกียจ แต่ก็เป็นคนสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ เป็นตัวสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่อง จนปัจจุบันการ์ตูนคุณตํารวจป้อมยาม ของ โอซามุ อาคิโมโตะ เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก โดยเขียนต่อเนื่องยาวนานมากว่า 30 ปี และมีจำนวนรวมเล่นสูงกว่า 160 เล่ม

เรียวสึ คันคิจิ คุณตํารวจป้อมยาม

Kochikame


          ตัวละครที่ติดอันดับทั้ง 25 ตัวนี้ อาจมีที่บ้านเรารู้จักและไม่รู้จักบ้างปะปนกันไป แต่แน่นอนว่าทุกตัวล้วนเป็นตัวละครที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดีแน่ ๆ มันจึงต้องมีเสน่ห์น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลยล่ะ ดังนั้นหากมีตัวไหนที่คอการ์ตูนอย่างคุณยังไม่รู้จัก อย่าลืมลองหามาอ่านกันดูให้ได้ชื่อว่าเป็นคอการ์ตูนตัวจริงนะคะ

ประวัติ เนลสัน แมนเดลา รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ นักสู้ผู้ต่อต้านการเหยียดผิว


เนลสัน แมนเดลา

เนลสัน แมนเดลา

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก DANIEL JANIN MICHEL CLEMENT, JAVIER SORIANO, FATI MOALUSI, DEBBIE YAZBEK / MANDELA FOUNDATION / AFP

          หากจะเอ่ยถึงนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ในทศวรรษนี้ คงจะไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ เนลสัน แมนเดลา อย่างแน่นอน เพราะหากปราศจากบุคคลผู้นี้แล้ว โลกของเราก็คงจะยังมีการเหยียดสีผิว..ใช่แล้วล่ะ เขาเป็นรัฐบุรุษของโลก ผู้อุทิศตนต่อสู้เพื่อล้มล้างลัทธิเหยียดผิว และผลักดันให้เกิดสันติภาพทั่วโลก

          และจากข่าวการจากไปของ เนลสัน แมนเดลา ในช่วงที่ผ่านมานี้ ก็พลอยทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในแอฟริกาใต้ต่างเศร้าโศกกับข่าวดังกล่าว จนทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับบุคคลผู้นี้ และเขาได้สร้างวีรกรรมอะไรให้กับโลกเราบ้าง วันนี้จึงขอนำเสนอเรื่องราวประวัติชีวิตและการต่อสู้ของ เนลสัน แมนเดลา 

          โดย เนลสัน แมนเดลา เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 ในครอบครัวชาวเทมบู ซึ่งพูดภาษาโซซา ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางฟากตะวันออกของแหลมเคปของแอฟริกาใต้ เดิมมีชื่อว่า มาดิบา ต่อมาครูในโรงเรียนได้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้เขาว่า แมนเดลา

          ต่อมาพ่อของเขาซึ่งเป็นที่ปรึกษาของตระกูลผู้ปกครองชาวเทมบู ได้เสียชีวิตขณะที่เขามีอายุได้ 9 ขวบ เขาจึงได้รับการชุบเลี้ยงจากรักษาการผู้สำเร็จราชการเมืองเทมบู จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2484 เมื่อมีอายุ 23 ปี เนลสัน แมนเดลา ได้หนีจากการถูกจัดให้แต่งงานแบบคลุมถุงชน หลบไปอยู่ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ก่อนจะเข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยวิทส์วอเทอแรนด์ ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกัน และที่นี่ทำให้เขาได้พบเจอผู้คนจากทุกเชื้อชาติ ได้รับความคิดแบบเสรีนิยม และความคิดต่อสู้เพื่อชาวแอฟริกัน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเหยียดผิว การถูกกระทำแบบสองมาตรฐาน ซึ่งผลักดันให้เขากลายเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

          โดยในปี พ.ศ. 2486 เขาได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคสภาแห่งชาติแอฟริกัน หรือเอเอ็นซี และต่อมาได้ร่วมก่อตั้งสันนิบาตยุวชนเอเอ็นซี อีกทั้งเขาได้ร่วมกับเพื่อน โอลิเวอร์ แทมโบ ก่อตั้งสำนักงานกฎหมายในเมืองโจฮันเนสเบิร์กในปี พ.ศ. 2495 รณรงค์ต่อต้านระบอบปกครองที่เหยียดผิวของพรรคคนผิวขาว ที่กดขี่ชาวผิวดำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ จนทำให้ในปีพ.ศ. 2499 แมนเดลาถูกแจ้งข้อหากบฏพร้อมกับนักเคลื่อนไหวอีก 155 คน แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องเขาหลังสอบสวนอยู่นาน 4 ปี

          ต่อมาได้มีการออกกฎหมาย Pass Laws ฉบับใหม่ซึ่งจำกัดเขตอยู่อาศัยและทำมาหากินของคนผิวดำ ทำให้กระแสต่อต้านการเหยียดผิวได้ขยายตัวไปทั่วแอฟริกาใต้ ขณะที่พรรคเอเอ็นซีก็ถูกประกาศให้เป็นกลุ่มเถื่อนในปี พ.ศ. 2503 ทำให้ เนลสัน แมนเดลาต้องหลบลงใต้ดิน อย่างไรก็ดี กระแสการต่อต้านลัทธิเหยียดผิวได้รุนแรงขึ้นจนถึงที่สุดเมื่อตำรวจได้สังหารหมู่ชาวผิวดำ 69 คนในเมืองชาร์ปวิลล์ในปีเดียวกัน


เนลสัน แมนเดลา


          เนลสัน แมนเดลา ซึ่งขณะนั้นเป็นรองประธานเอเอ็นซี ได้เปิดปฏิบัติการวินาศกรรมทางเศรษฐกิจจนกระทั่งถูกจับในที่สุด และเขาถูกแจ้งข้อหาก่อวินาศกรรม และพยายามโค่นล้มรัฐบาลด้วยวิธีการรุนแรง โดยระหว่างการพิจารณาคดีที่เมืองริโวเนีย แมนเดลาได้ประกาศความเชื่อของเขาในเรื่องประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเท่าเทียมว่า

          "ผมเชิดชูอุดมคติเรื่องสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและมีเสรีภาพ ที่ซึ่งคนทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์ และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน นี่คือสังคมอุดมคติที่ผมปรารถนาจะไปให้ถึง เป็นอุดมคติที่ผมพร้อมจะอุทิศชีวิตให้"

          อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2507 เขาถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตบนเกาะร็อบเบนเป็นเวลา 18 ปี ก่อนถูกย้ายมายังเรือนจำโพลส์มัวร์บนแผ่นดินใหญ่ในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งขณะที่เขาถูกจองจำอยู่นั้น พวกเยาวชนตามเมืองต่าง ๆ ของชนผิวดำยังคงต่อสู้กับการปกครองโดยคนผิวขาวส่วนน้อยต่อไป จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก

          ขณะที่ทางฝั่งของ โอลิเวอร์ แทมโบ สหายของแมนเดลา ผู้ลี้ภัยในต่างประเทศ เขาได้เริ่มรณรงค์ในระดับสากล เรียกร้องให้ปล่อยตัวมิตรร่วมอุดมการณ์ในปี พ.ศ. 2523  โดยมีการจัดคอนเสิร์ตที่สนามกีฬาเวมบลีย์ในกรุงลอนดอนในปี 2531 ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 72,000 คน อีกหลายล้านทั่วโลกรับชมทางโทรทัศน์ และร่วมร้องเพลงเพื่อให้ปลดปล่อยเนลสัน แมนเดลา

          โดยกระแสเรียกร้องนี้ ทำให้บรรดาผู้นำโลกเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อระบอบเหยียดผิวของแอฟริกาใต้ ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 แล้ว จนในที่สุด ประธานาธิบดี เอฟ ดับเบิลยู เดอ เคลิร์ก ก็ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันจากทั่วโลกได้ และเลิกสั่งแบนพรรคเอเอ็นซีในปี พ.ศ. 2533 พร้อมกับปล่อยตัว เนลสัน แมนเดลา

          ในปี พ.ศ. 2536 เนลสัน แมนเดลา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และต่อมาชาวแอฟริกาใต้ทุกผิวสีได้ออกเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก ทำให้ เนลสัน แมนเดลาได้รับเสียงโหวตท่วมท้นให้เป็นประธานาธิบดีในวันที่ 10 พฤษภาคม 2537 ซึ่งเขาได้ปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการเหยียดสีผิวหรือชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ และได้รับความยกย่องจากนานาชาติสำหรับการอุทิศตนเพื่อการประสานไมตรีทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 เขาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง และได้เป็นรัฐบุรุษอาวุโส ซึ่งเขายังคงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับเรื่องสิทธิมนุษยชนและให้ความรู้เรื่องการติดต่อของโรคเอดส์จนกระทั่งอายุ 85 ปี ก่อนจะขอเกษียณเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

          และถึงแม้ว่า ณ วันนี้ เนลสัน แมนเดลา จะถึงแก่อสัญกรรมแล้ว หลังจากป่วยด้วยโรคปอดและเกิดอาการแทรกซ้อนเรื้อรังมาอย่างอย่างนาน กระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่เขาก็ยังคงเป็นรัฐบุรุษของโลก และนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในหัวใจของคนทั่วโลกตลอดกาล


เนลสัน แมนเดลา

เนลสัน แมนเดลา

10 อันดับสุดยอด Gadget ประจำปี 2013

10. Nokia Lumia 1020

โนเกียกลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ที่กำลังรอคอยสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ล่าสุด โนเกียประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia รุ่นใหม่ ชื่อรุ่น Nokia Lumia 1020 (โค้ดเนม EOS) สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพความละเอียด 41 ล้านพิกเซล พร้อมอุปกรณ์เสริมกริปกล้องที่ช่วยให้การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องนี้สะดวกยิ่งขึ้น ด้านสเปคมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาติดตามกันเลย
ล่าสุด โนเกียประเทศไทยออกมาประกาศราคา Nokia Lumia 1020 แล้ว โดยจะวางจำหน่ายในราคา 24,990 บาท ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเหลือง, สีขาว และสีดำ เปิดให้จองแล้ววันนี้ถึงวันที่ 25 กันยายน 2556 ที่โนเกียช้อปเท่านั้น เพียงวางมัดจำ 1,000 บาทต่อเครื่องแล้วนำใบจองมารับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – 31 ตุลาคม 2556 ณ สาขาที่จองไว้ พิเศษเฉพาะผู้จอง 400 ท่านแรกรับฟรี ! Grip พร้อมแบตเตอรี่สำรองรุ่น PD-95G มูลค่า 2,450 บาท
สำหรับ Nokia Lumia 1020 มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.5 นิ้วแบบ AMOLED ความละเอียด 1280x768 พิกเซล จอกระจก Gorilla Glass 3 พร้อมเทคโนโลยี PureMotion HD+ ClearBlack ใช้ซีพียู Snapdragon แบบ Dual-core ความเร็ว 1.5GHz แบบเดียวกับ Lumia 920/925, แรม 2GB มีหน่วยความจำภายใน 32GB กล้องด้านหน้า 1.2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสง f/2.4 รองรับการถ่ายวิดีโอที่ 720p และรองรับ Bluetooth 3.0, NFC, Wi-Fi a/b/g/n

9. Leap Motion Controller

Leap คืออุปกรณ์ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ นิ้วมือ และอุปกรณ์ทรงกระบอกเช่น ปากกา ดินสอ พู่กัน หรือกระทั่งตะเกียบ เพื่อนำมาใช้งานควบคุมคอมพิวเตอร์หรือแอพพลิเคชันต่างๆ โดยอาศัยหลักการคล้ายกับ Kinect จาก Microsoft แต่ต่างกันที่ Kinect นั้นจะตรวจจับร่างกายของมนุษย์ได้ทั้งตัว และมีระยะที่ไกล (ระยะราว 1-5 เมตร) ส่วนตัว Leap นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่วางหงายหน้าอยู่บนโต๊ะ มีระยะตรวจจับสั้น (ราว 1-60 เซนติเมตร)

8. Nest Protect

เราจะเปลี่ยนสัญญาณเตือนควันสามารถ เราเริ่มต้นจากรอยขีดข่วนหลังจากที่ทุกอุปกรณ์นี้อย่างต่อเนื่องตัวอย่างอากาศในบ้านของคุณ แต่คุณมีความคิดสิ่งที่มันทำ 99% ของเวลาที่ไม่มี แทนที่จะเป็นเพียงยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอันตรายทำไมถึงไม่บอกคุณว่าคุณจะปลอดภัยหรือไม่ ทำไมคุณไม่สามารถไปนอนรู้ว่าคุณกำลังป้องกัน และเหตุผลที่ไม่สามารถที่จะส่งข้อความโทรศัพท์ของคุณหากสิ่งที่ผิด? ทำไมมันไม่สามารถจะดีกว่า

7. Amazon Kindle Fire HDX

หลังจาก iPad Air โดนโฆษณาจากแท็บเล็ตคู่หูฝั่งไมโครซอฟท์จิกกัดไปก่อนหน้าแล้ว ก็ถึงคิวของ Amazon ลงมาเล่นในเกมนี้บ้าง โดยส่งแท็บเล็ตใหม่เอี่ยมของตัวเองอย่าง Kindle Fire HDX 8.9 มาเทียบกับ iPad Air ว่าเหนือกว่าอย่างไรบ้าง ในโฆษณาเป็นการชนกันตรงๆ ในแง่ของสเปค โดยฝั่ง Amazon บอกว่า Kindle Fire นั้นทั้งความละเอียดหน้าจอมากกว่า (2560x1600 พิกเซล) คมชัดกว่าเพราะหน้าจอเล็กกว่า และยังเบากว่า iPad Air ถึง 20% แถมคนให้เสียงฝั่ง iPad Air ยังเลียนแบบเสียงสำเนียงอังกฤษของ Jonathan Ive ซึ่งมักปรากฏตัวในวิดีโอโฆษณาสินค้าของแอปเปิลอีกด้วย เทียบกับที่แอปเปิลเคยโดนจิกกัดมาแล้ว ผลงานของ Amazon ยังคงเทียบกับไมโครซอฟท์ที่เคยทำโฆษณาด้วยเสียง Siri มาแล้วไม่ได้ครับ

6. Microsoft Xbox One

Microsoft ปล่อยซอฟต์แวร์อัพเดตชุดแรกให้กับ Xbox One เป็นครั้งแรกแล้ว หลังการเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 13 ประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สำหรับ Xbox One ถือเป็นเกมคอนโซลที่พ่วงออปชั่นสำหรับความบันเทิงมาอย่างครบถ้วน แถมยังมีเกมระดับเอ็กคลูซีฟที่ PlayStation 4 ยังต้องอิจฉาตาร้อน แม้จะมีราคาที่แพงกว่า PlayStation 4 แต่ยอดจำหน่ายในวันแรกถึง 1 ล้านเครื่อง ก็น่าจะการันตีได้ว่า Xbox One นั้น เป็นเกมคอนโซลที่หลายคนตั้งตารอคอย

5. Apple iPhone 5s

iPhone 5s คือสมาร์ทโฟนแบบ 64 บิตเครื่องแรกของโลก และ iOS 7 ก็ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นสำคัญ
โดยสร้างมาสำหรับสถาปัตยกรรมแบบ 64 บิตโดยเฉพาะ เหตุผลนี้แหละ ที่ทำให้ iOS 7 มีความล้ำหน้าไม่แพ้กับ
ตัว iPhone เองเลย

4. Pebble Smartwatch

Pebbble นาฬิกาที่ให้เพื่อนๆดาวน์โหลด App สามารถ chat, check in, post facebook , tweet, ดูเมลล์, คุยโทรศัพท์ ได้เหมือนกับที่ทำบนสมาร์ทโฟน โดยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยBluetooth นับเป็น kickstarterที่ฮือฮามากตัวหนึ่ง ทันทีที่แนะนำสู่ตลาด ก็มีคนสนใจเข้ามาสั่งจองถึง 70,000 ราย และระดมทุนได้มากถึง $10ล้าน
ในเว็บไซต์ของ GetPebble.com บอกไว้ว่า Pebble จะเป็นนาฬิกาเรือนแรกของศควรรษที่ 21 ซึ่งสามารถดัดแปลงสร้างสรรค์นาฬิกาได้ตามที่เราต้องการ ทั้งหน้าตา และประโยชน์ใช้สอย เราสามารถปรับเปลี่ยนหน้าปัทม์นาฬิกาได้ตามที่เราชอบ โดยการดาวน์โหลดหน้าปัทม์ผ่าน App โดยใช้อินเทอร์เน็ต
Pebble สามารถเชื่อมต่อกับ iPhone และ Android smartphone ผ่าน Bluetooth สามารถบอกให้เรารู้ว่ามีโทรศัพท์เรียกเข้า อีเมลล์หรือ message ด้วยระบบสั่นเตือน และเราสามารถโต้ตอบกลับผ่านทางนาฬิกา โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกมา ให้วุ่นวาย ดูเท่ห์เหมือนในหนัง เจมส์บอนด์เลยล่ะ เป็นการออกแบบที่ใช้แนวคิด แบบ minimalist และดูทันสมัย นำแฟชั่น ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้จริงๆ

3. Oculus Rift Development Kit

Oculus Rift คืออุปกรณ์ระบบภาพ 3 มิติ แบบสวมใส่ ทำให้เห็นภาพเสมือนจริง

2. Apple iPad Air และ iPad Mini with Retina Display

Apple ประกาศวางจำหน่าย iPad mini 2 (ไอแพด มินิ 2) หน้าจอ Retina display อย่างเป็นทางการแล้วครับ เริ่มต้นที่ 13,400 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi 16GB โดยสามารถสั่งซื้อผ่าน Apple Online Store ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยใช้เวลาจัดส่ง 5-10 วันครับ

1. Google Chromecast

Android อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์กันไปทั้งบางเลยสำหรับการประกาศผลรางวัล Gadget of the Year 2013 โดยนิตยสารระดับโลกอย่าง Time Magazine ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาปรากฏว่าผู้ที่ครองแชมป์สุดยอดนวัตกรรมไอทีประจำปีนี้ไปครองคือ Google Chromecast อุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนทีวีธรรมดาๆให้เราสามารถ Stream ข้อมูลขึ้นสู่หน้าจอได้ในราคาเบาๆเพียง $35 ที่ออกวางจำหน่ายไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมานั่นเอง ส่วนการจัดอันดับทั้งหมด 10 อันดับของ Gadget of the Year 2013 โดย Time Magazine จะถูกใจทุกท่านหรือไม่เราไปดูผลการประกาศทั้งหมดเลยดีกว่าครับ