วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

เกาะบอร์เนียว

เกาะบอร์เนียว (Borneo) หรือ เกาะกาลีมันตัน (Kalimantan) เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากเกาะกรีนแลนด์ (อันดับ 1) และเกาะนิวกินี (อันดับ 2) มีประเทศ 3 ประเทศอยู่ในเกาะบอร์เนียว คือ มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย อยู่บริเวณใจกลางกลุ่มเกาะมลายูและประเทศอินโดนีเซีย ในทางภูมิศาสตร์ เกาะบอร์เนียวเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภูมิศาสตร์

เกาะบอร์เนียวล้อมรอบด้วยทะเลจีนใต้ทางทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ ทะเลซูลูทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทะเลเซเลบีสกับช่องแคบมากัสซาร์ทางตะวันออก และทะเลชวากับช่องแคบการีมาตาทางใต้
ดินแดนทางตะวันตกของเกาะบอร์เนียวได้แก่ คาบสมุทรมลายูและเกาะสุมาตรา ทางใต้ได้แก่ เกาะชวา ทางตะวันออกได้แก่ เกาะซูลาเวซีและหมู่เกาะโมลุกกะ ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ หมู่เกาะฟิลิปปินส์
จุดสูงที่สุดของเกาะบอร์เนียว คือภูเขากีนาบาลูในรัฐซาบาห์ มีความสูง 4,101 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

ระวังกินเห็ดพิษช่วงหน้าฝน




ฤดูนี้จะกินอะไรคงต้องระวังให้ดีโดยเฉพาะเห็ด
                  เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ.มานิต ธีระตันติกานนนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้ ว่าในช่วงฤดูฝนจะมีเห็ดออกตามป่าเป็นจำนวนมาก และจะพบผู้ป่วยรวมถึงผู้เสียชีวิตทุกปี โดยจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2553 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 1,924 ราย เสียชีวิต 16 ราย เพราะเห็ดที่นำมาบริโภคหรือจำหน่ายอาจเป็นเห็ดป่า ซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษ
               นอก จากนี้ นพ. มานิต ยังกล่าวว่าหากพบผู้ได้รับพิษจากการกินเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืดตาลาย ใจสั่น อ่อนเพลีย ปวดท้อง ควรทำให้อาเจียนออกมาให้หมด แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
ความสำคัญ
         เพื่อระลึกถึงวันคล้ายพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ 2310 เอกอัครศิลปินที่ยิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีพระอัจฉริยภาพในงานศิลปะหลายสาขา ทั้งทางด้านประติมากรรม ได้ทรงร่วมกับช่างประติมากรรมฝีมือเยี่ยมในสมัยนั้นแกะสลักบานประตูไม้พระวิหาร วัดสุทัศน์เทพวรารามเป็นลายเครือเถารูปป่าหิมพานต์นับเป็นงานฝีมือชั้นเยี่ยม
         ด้านวรรณกรรม ถือว่าทรงเป็นกวีเอกแห่งแผ่นดินพระองค์หนึ่ง ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้จำนวนมากมายหลายเรื่อง เช่น อิเหนา ซึ่งเป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ 6 ว่าเป็นยอดของกลอนบทละครรำ นอกจากนี้ยังทรงพระราชนิพนธ์บทละครนอกไว้ถึง 5 เรื่อง ได้แก่ ไกรทอง พระไชยเชษฐ์ คาวี สังข์ทอง และมณีพิชัย และด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในด้านวรรณกรรม ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาวรรณกรรม
         และเพื่อเป็นการยกย่องศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ทางสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติจึงได้มอบรางวัลให้แก่ ศิลปินที่มีผลงานดีเด่นในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติศิลปิน

วันศิลปินแห่งชาติ
         ในส่วนของวันศิลปินแห่งชาติ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2527 ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์ในขณะนั้นว่า ต้องยกย่อง เชิดชู สนับสนุน ส่งเสริม รวมถึงช่วยเหลือศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอันทรงคุณค่า โดยได้กำหนดรางวัลรวมถึงคุณสมบัติต่าง ๆ ของศิลปินแห่งชาติไว้ดังนี้ ศิลปินแห่งชาติได้กำหนดไว้ 3 สาขา ได้แก่

         1. สาขาทิศนศิลป์ (Visual Art) หมายถึง ศิลปะที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา ไม่ว่าจะเป็นแบบสองมิติ หรือสามมิติก็ได้ โดยสามารถแบ่ง
             ได้เป็น 8 สาขา ได้แก่
            - จิตรกรรม
            - ประติมากรรม
            - ภาพพิมพ์
            - ภาพวาด
            - ภาพถ่าย
            - สื่อประสม
            - สถาปัตยกรรม
            - การออกแบบ

         2. สาขาศิลปะการแสดง (Performing Art) หมายถึง ศิลปะที่ใช้การแสดงทั้งทางด้านวิจิตรศิลป์ และประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ การแสดง ดนตรี
             และการแสดงพื้นบ้าน

         3. สาขาวรรณศิลป์ (Literature) หมายถึง ศิลปะที่เกี่ยวกับงานประพันธ์ต่าง ๆ ได้แก่ กวีนิพนธ์ บทละคร เรื่องสั้น และนวนิยาย 

ลักษณะและความหมายของเข็มศิลปินแห่งชาติ
         ลักษณะของเข็ม เป็นเหรียญกลม ภายในจัดองค์ประกอบเป็นภาพดอกบัวเรียงกันสามดอก มีแพรแถบรองรับต่อเนื่อง อ้อมรัดแถบริ้วธงชาติไทยตามแนวโค้งของเหรียญ ภายในผ้าจารึกคำว่า "ศิลปินแห่งชาติ" และได้อัญเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี ประดิษฐานไว้เหนือเหรียญกลมโดยมีผ้าโบพันรอบคฑาไม้ชัยพฤกษ์ หัวเม็ดทรงมัณฑ์ เชื่อมประสานระหว่างกัน

ความหมาย
         แสดงถึงความเป็นปราชญ์ในทางความรู้ความสารมารถของศิลปินที่ได้อุตสาหะอุทิศตนสร้างสรรค์ผลงานในด้านศิลปะ ไว้มากมายจนเป็นมรดกอันล้ำค่าทางวัฒนธรรมของชาติทั้งในสาขาวรรณศิลป์ ทัศนศิลป์ และศิลปะการแสดง ซึ่งได้รับการยกย่องเชิดชู เกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ โดยได้รบพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศิลปินแห่งชาติ เข้ารับพระราชทานเข็มเพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลต่อไป

คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ
         1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีชีวิตอยู่ในวันตัดสิน
         2. เป็นผู้มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะแขนงนั้น
         3. เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะแขนงนั้นจนถึงปัจจุบัน
         4. เป็นผู้ผดุงและถ่ายทอดศิลปะแขนงนั้น
         5. เป็นผู้ปฏิบัติงานศิลปะแขนงนั้นอยู่ในปัจจุบัน
         6. เป็นผู้มีคุณธรรมและะมีความรักในวิชาชีพของตน
         7. เป็นผู้มีผลงานที่ยังประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ

กลุ่มที่ ๑ ศิลปินแห่งชาติ
         1. ค่าครองชีพรายเดือน เดือนละ 6,000 บาท
         2. ค่ารักษาพยาบาลเฉพาะตัว ตามระเบียบของทางราชการ
         3. ช่วยเหลือเมื่อประสบอุบัติเหตุ หรือสาธารณะภัยเท่าที่จ่ายจริง หรือไม่เกิน 5,000 บาท
         4. ช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต คนละ 12,000 บาท

กลุ่มที่ ๒ ศิลปินพื้นบ้านดีเด่นและผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม
         1. ค่ารักษาพยาบาลเฉพาะตัว ตามระเบียบของทางราชการ
         2. ช่วยเหลือเมื่อประสบอุบัติเหตุ หรือสาธารณะภัยเท่าที่จ่ายจริง หรือไม่เกิน 3,000 บาท
         3. ช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต คนละ 7,000 บาท

กลุ่มที่ ๓ ศิลปินอื่นนอกจากกลุ่มที่ ๑ และ ๒
         การช่วยเหลือให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุนศิลปิน


ศิลปินแห่งชาติ
         ศิลปินแห่งชาติ ๔ ท่านแรกที่ทางสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ ในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้แก่
         1. หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
         2. ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติ สาขานาฏศิลป์
         3. นายเฟื้อ หริรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
         4. นายมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ สาขาดนตรีไทย


ภาษาฝรั่งเศส


ภาษาฝรั่งเศส (ฝรั่งเศสFrançais) เป็นหนึ่งในภาษากลุ่มโรมานซ์ที่สำคัญที่สุด เป็นรองเพียงภาษาสเปนและโปรตุเกส[ต้องการอ้างอิง] ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มีคนนิยมเป็นอันดับที่ 11 ของโลก โดยเมื่อปี พ.ศ. 2542 มีคนพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ (ฟรองโกโฟน) ประมาณ 77 ล้านคน และเมื่อรวมคนที่พูดเป็นภาษาที่สองแล้วจะมีประมาณ 128 ล้านคน[ต้องการอ้างอิง]
ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการ และภาษาที่ใช้ปกครองในชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ด้วย (เช่น สหภาพยุโรป ไอโอซี องค์การสหประชาชาติ และสหภาพสากลไปรษณีย์) ในสมัยก่อนภาษาฝรั่งเศสถือเป็นภาษาสากลที่แพร่หลายที่สุด โดยมีสถานะเฉกเช่นภาษาอังกฤษในปัจจุบัน หนังสือเดินทางของไทยก็เคยใช้ภาษาฝรั่งเศสควบคู่กับภาษาไทย

St Laurence's Church, Morland

St Laurence's Church, Morland, is located in the village of MorlandCumbria, England. It is an active Anglican parish church in the deanery of Appleby, the archdeaconry of Carlisle, and the diocese of Carlisle. Its benefice is united with those of St Mary, Thrimby, St Barnabas, Great Strickland, and St Cuthbert, Cliburn. The church has been designated by English Heritage as a Grade I listed building. It has the only Anglo-Saxon tower in Cumbria.

HistoryThe precise date of the tower is uncertain, but it has been dated to between 1041 and 1055. It was raised in height in 1588, and the small spire was added later. The nave dates from the 12th century, and includes some Norman features. The aisles were added later in that century, followed by the chancel and transepts during the next century. The chancel was rebuilt in 1600, and the north aisle in the 18th century. The church was restored in 1896 by C. J. Ferguson, and work was carried out in the 20th century by W. D. Caröe.Exterior
Interior
External features
Associated with the church are three structures that have been listed. To the southeast of the chancel is an altar tomb dating from the 15th century, probably formerly inside the church. It is constructed in sandstone blocks, and has three brass plates, the oldest inscribed with the date 1781. The tomb is listed at Grade II*. To the southwest of the tower is a sundial consisting of a medieval cross-base, with a column dating probably from the 19th century. It is listed at Grade II. Also listed at Grade II are the gatepiers and attached walls at the entrance to the churchyard. The gatepiers are rusticated, and surmounted by ball finials, There is a weathered inscription on the east side; only the date 1723 is legible.
St Laurence's Church, Morland is located in Cumbria

The church is constructed in rubble stone, with slate roofs, and a short lead-covered spire on top of the tower. It has a cruciform plan, consisting of a three-bay nave, north and south aisles, a south porch, north and south transepts, a chancel, a north vestry, and a west tower. The tower dates from before the Norman conquest, and is in three stages. It has no buttresses or external doors, and its windows are very small. The bell openings are deeply set with baluster mullions. On the west side of the tower is a blue clock face. In the transepts are 13th-century lancet windows. The windows on the south side of the chancel, and the east window, have four lights and are Perpendicular in style. The windows along the side of the north aisle are Georgian with keystones. The south porch is gabled, with stone benches inside. The inner doorway dates from the 13th century, and has a pointed arch.
Four steps lead down into the interior of the church. The tower is entered by a very narrow door. The south arcade is carried on round piers with octagonal abaci, and has pointed arches. The north arcade is similar, except that one of the piers is octagonal, and has a capital decorated with scallops. There are fragments of Norman zigzag carving incorporated in the wall above the north transept, and in the west wall of the north aisle. The reredos dates from 1926, and is by Caröe. The altar rail dates from the late 17th century, and is carried on balusters. The pulpit has been reduced from a three-decker and is dated 1721. The font consists of a small octagonal bowl; its cover is inscribed with the date 1662. Also in the church is a poor box, cut from a log, and dated 1648. Only the east window contains stained glass; this dates from 1926 and is by Powells. In the south transept is a coffin lid from the 13th century, carved with a foliated cross. The two-manual pipe organ was made in 1913 by Binns, and restored in 1951. In the tower are three bells, dated 1687, 1726, and 1764.

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

การสะกดคำในภาษาฝรั่งเศส

การออกเสียงในภาษาฝรั่งเศส อาจคล้ายคลึงกันกับภาษาอังกฤษบ้างเป็นบางคำ เป็นเพราะมีภาษาฝรั่งเศสอยู่หลายคำปะปนอยู่ในคำภาษาอังกฤษ ซึ่งนั่นจะช่วยทำให้เราสามารถจดจำได้รวดเร็วขึ้น

ก่อนอื่นเราจะต้องรู้จักตัวสะกดพิเศษหรือถ้าเรียกให้ถูกต้องคือ “Accents” ซะก่อน
ในภาษาฝรั่งเศสมี accents อยู่ 4 แบบด้วยกัน ใช้เพื่อให้ออกเสียงแตกต่างกันออกไป

1. Accent aigu
 “´” (acute accent) หรือ “อักซองเตกู” ใช้ร่วมกันกับ ตัวอักษร E ในคำเริ่มต้น เพื่อให้ออกเสียง “เอ” ตัวอย่างเช่น étudiant (student), Le café , La clé , Le bébé, La Poupeé, La fée


2. Accent grave 
“`” grave accent) หรือ “อักซองเกร๊ฟ” ใช้ใส่บนตัว e ทำให้ออกเสียงเป็น “แอ” และใช้ร่วมกันกับตัวอักษร A, E, or U เพื่อให้มีความหมายที่แตกต่างในคำที่เขียนคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ได้ทำให้เสียงเปลี่ยนไป เช่น Le père, La mere, La règle, L’élève, à, déjà, viola, ou (or) vs où (where),


3. Accent circonflexe 
“ˆ” (circonflexe) ใช้ใส่บนตัว e เพื่อทำให้ออกเสียงเป็น “แอ” เสียงยาว เช่น La tête, La fenêtre, La pêche, La fête หรืออาจใส่บนสระ a / i / o / u เพื่อทำให้เสียงยาวขึ้นกว่าเดิม เช่น Sûr , L'île, L'âne, Le maître, La côte, La bûche


4. Accent tréma 
“¨ ” ใช้ใส่เหนือตัว e / i / u เพื่อให้ออกเสียงตัวถัดไปด้วย เช่น naïve, saül.


5. Cédille 
“¸” จะใช้เฉพาะกับตัวอักษร C เพื่อเปลี่ยนเสียงตัว C หนัก (เหมือน L) ให้เป็นเสียงเบา (เหมือน S) ตัวอย่างเช่น garçon

Grammar: Gender of Nouns

หลักไวยกรณ์ : เพศของคำนาม
ในภาษาฝรั่งเศสคำนามทั้งหมดเป็นมีเพศ คือ ชาย และหญิง ซึ่งมิได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวว่า อะไรเป็นที่จะเพศหญิง หรืออะไรที่จะเป็นเพศชาย
โดยหลักการแล้วอาจจะต้องใช้ความจำเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เช่นเดียวกันก็มีกฎในการระบุเพศที่ชัดเจนแน่นอนอยู่ด้วย
ตัวอย่างเช่น





คำนามส่วนใหญ่จะบอกความเป็นเพศไว้ เช่น คน หรือสัตว์ ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เช่น “acteur” (m.), “actrice” (f.)
ส่วนคำนามที่ไม่ได้ระบุเพศ เช่น วัตถุ ,นามธรรม จะมีรูปแบบของคำนามเพียงแบบเดียว ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสองเพศ

และมีคำนามบางประเภทที่จะเป็นรูปแบบเดียวเสมอ ไม่ว่าเพศที่แท้จริงคืออะไร เช่น “personne” (always f.), “professeur” (always m.)

และยังมีกฎกติกา และข้อยกเว้นอื่น ๆ อีก ที่ไม่สามารถอธิบายได้จบในหนึ่งบล๊อค (คนเขียนสามารถ แต่คนเรียนคงสับสน เอาเป็นว่าค่อยเป็นค่อยไปนะคะ







จากตัวอย่างจะแสดงให้เห็นเฉพาะ คำว่า "Le" (เพศชาย) หรือ "La" (เพศหญิง) เท่านั้น ซึ่งเป็นการพูดถึงคำนามที่มิได้เจาะจง หากมีการเจาะจง จะต้องเปลี่ยนเป็น "Un" (เพศชาย) หรือ "Une" (เพศหญิง)